Title: นายตัวร้ายปะทะเจ้าชายตัวน้อย

Pairing : คยูฮยอนxแทมิน

Featuring : SuperJunior&Shinee&TVXQ&SS501&2PM
ยกมาทุกวงเลยแล้วแต่ความเหมาะสมก๊ากกกกกก


Author: kaikookkik









Episode 9


"พี่คยู พี่จะพาผมไปไหนอ่ะ"

"ไปกินข้าวไง"

"แล้วทำไมต้องออกมากินไกลขนาดนี้ด้วยเล่า เดี๋ยวจะเข้าเรียนคาบบ่ายทันได้ไง"

"ใครบอกว่าเราจะกลับไปเรียนตอนบ่าย"

"แต่เมื่อวานผมก็โดดไปแล้วนี่นา เดี๋ยวเรียนไม่ทันเพื่อน"

"- -++++ ถ้าไม่อยากมีเรื่องอย่าเอ่ยถึงเรื่องเมื่อวานอีกนะแทมิน"

เจ๋งโดดเรียนมัน 2 วันติด เกรดออกมาคงได้เปลี่ยนอาชีพเป็นช่างซ่อมกันก็คราวนี้ล่ะ

"พี่คยูฮยอน ไม่ไปได้มั้ยอ่ะ เดี๋ยวผมเรียนไม่ทันเพื่อน"

"ทีเมื่อวานทำไมไม่คิดแบบนี้มั่งล่ะ"

ได้ข่าวเมื่อกี๊เฮียเพิ่งบอกว่าห้ามเอ่ยเรื่องเมื่อวานนะ -3-

"แล้วนี่เราจะไปไหนกันอ่ะ"

"เดี๋ยวก็รู้"
.
.
.
.
.
เจ้าพ่อของโรงเรียนดองฮวาพาไปเดทโดยการชมธรรมชาติ
แต่เจ้าพ่อของยอนแซนเจ๋งกว่านั้น เพราะพาผมมาเที่ยวฮอกวอตส์แทน

"พี่คยูฮยอน พ่อแม่ผมเป็นแค่มักเกิ้ลธรรมดา และผมก็ไม่อยากมีเวทมนต์แบบแฮรี่ พอตเตอร์นะ พี่พาผมมาที่นี่ทำไม"

"เพ้อเจ้ออะไรของนายนี่มันบ้านของชั้นเอง"

        มันยังมีหน้ามาเรียกคฤหาสถ์อภิมหาอลังการของตัวเองว่าบ้านอีก นี่มันโรงเรียนเวทมนต์ของแฮรี่ชัดๆ
ผมรีบตามไอ้เจ้าพ่อไปติดๆ เพราะถ้าหลงอยู่ที่นี่เนี่ย ผมได้เข้าไปอยู่ในห้องแห่งความลับจนใครๆก็หาผมไม่เจอแน่ๆ
อีตาเจ้าพ่อเลี้ยวขวาวกซ้ายเลี้ยวซ้ายวกขวาซักพักก็ทะลุออกมาริมระเบียงด้านนอก
ที่อยู่เบื้องหน้าผมไกลสุดลูกหูลูกตานั่นคือทะเลสาบกว้างใหญ่
มองจากมุมนี้แทบจะมองไม่เห็นเลยว่าโลกเบื้องหลังทะเลสาบนั่นเป็นยังไง
เจ้าพ่อแห่งยอนแซน เดินเข้ามาจูงผมไปนั่งตรงโต๊ะใหญ่มุมระเบียง
ซึ่งผมเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีโต๊ะสลักลายสวยพร้อมทั้งอาหารนานาชนิดวางอยู่บนโต๊ะ
แทบจะเรียกได้ว่า อาหารกลางวันมื้อนี้เป็นอาหารกลางวันที่หรูที่สุดในชีวิตของผมเลยก็ว่าได้
นี่เจ้าพ่อคงโทรมาสั่งให้คนจัดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย

"เป็นไงพอจะเทียบกับอาหารมื้อเมื่อวานได้ไหม"

ไม่รู้ว่ามันจะกล่าวอ้างเรื่องเมื่อวานขึ้นมาทำไมนักหนา อย่างกะคนมีปมด้อยอะไรแบบนั้นเลยเชียว

"ถ้าพี่ไม่อยากให้เสียบรรยากาศผมว่าเราอย่าพูดเรื่องเมื่อวานกันดีกว่ามั้ย"

ผมขี้เกียจจะทะเลาะกับเฮียแกแล้ว จะให้ตอบยังไงได้ล่ะ
ถ้าให้ผมพูดตามความรู้สึกก็คืออาหารมื้อเมื่อวานมันก็อร่อย แต่อาหารมื้อนี้มันก็มีรสชาติดีไปคนละแบบ
แต่ถ้าตอบให้เจ้าพ่อฟังว่าอาหารเมื่อวานอร่อยเดี๋ยวได้เกิดศึกกลางโต๊ะอาหารขึ้นมาอีกแน่ๆ

"อืม...เดี๋ยวกินอิ่มชั้นจะพานายไปเดินดูบ้านชั้นเอามั้ย นายเป็นคนแรกเลยนะที่ชั้นพามาที่บ้าน"

"พี่ทงเฮ พี่คิบอม พี่ซีวอน พี่อีทึก พี่คังอิน เพื่อนๆพี่คนอื่นๆ แล้วก็เอ่อ....พี่ซองมิน.....ก็ไม่เคยมาหรอ"

"ไม่มีใครเคยมา นายเป็นคนแรก"

ไม่รู้ทำไมแค่ได้รับคำตอบและเมื่อสบตาที่จริงจังคู่นั้นของพี่คยูฮยอน ความรู้สึกโกรธที่อยู่ในใจก็มลายหายไปกว่าครึ่ง
.
.
.
.
.
.
"ครื๊ด ครื๊ด ครื๊ด ครื๊ดดดดดดดด"

"นั่นเสียงอะไรอ่ะพี่คยู"

"แฮ่~ เสียงมือถือชั้นเอง................ฮัลโหล...อือซองมินหรอ"

        หลังจากพี่คยูฮยอนหยุดความสั่นอันบ้าคลั่งของโทรศัพท์ตัวเอง
และรู้ว่าตัวการยิงสัญญาณให้ไอ้มือถือเจ้ากรรมต้องตัวสั่นระริกระรี้เข้ามาคือใคร
ไอ้เจ้าพ่อมันก็เดินลับตาไปหาที่แอบโทรศัพท์เหมือนว่าปลายสายที่โทรมาเป็นรัฐมนตรีความมั่นคง
และผมเป็นสายลับผู้ที่จะทำลายความมั่นคงของประเทศอะไรทำนองนั้น
เฮ๊อะ~!ผมแอบระบายลมหายใจทาง 2 ช่องของโพรงจมูก อยากรู้ตายห่าล่ะ
จะแอบไปจู๋จี๋กันยังไงก็เชิญ อยู่ด้วยกันมาทั้งคืนยังคุยกันไม่หนำใจล่ะสิท่า
ดีล่ะผมจะใช้โอกาสนี้ส่งข้อความนัดพี่คยูจงเลยดีกว่า
ต่อมอยากรู้มันกระตุกตุ๊บๆ อยากรู้จริงๆว่าพี่คยูจงมาถามหาพี่ซองมินทำไมกันแน่
ไอ้ความลึกลับซับซ้อนความสัมพันธ์อลหม่านอิลุงตุงนังของคนเหล่านี้มันเป็นยังไงกันแน่นะ
ผมพยายามวาดแผนภูมิแบบซีรี่ย์ญี่ปุ่นที่เคยดูมาแล้ว ปรากฏว่าผมตกวิชาแผนภูมิแน่ๆ
เพราะแผนภูมิของผมมันมีรอยขีดและลูกศรต่างๆมั่วไปหมดจนต้องเลิกทำ
เอาล่ะเลือกวัน เวลา สถานที่เป็นวันเสาร์นี้ไปเจอที่สวนสนุกล็อตเต้เวิลด์เนี่ยแหละเวิร์คโคตรๆแล้ว
คนก็เยอะผมคงไม่โดนไอ้นั่นมันฆ่าในสวนสนุกหรอกมั้ง หรือจะโดนมันถีบตกรถไฟเหาะหว่า?? Y^Y
เอาน่าสวนสนุกเป็นที่ ที่ผมอยากไปมากที่สุด แต่ไม่มีใครพาไปเดทที่นั่นซักคน เจ็บใจโว้ยยยยย

'วันเสาร์ 10 โมง ที่สวนสนุกล็อตเต้เวิลดิ์'

โอเคกดส่งเรียบร้อย แต่มันยังโทรจู๋จี๋กันไม่เสร็จ ผมลองไปเดินเล่นแถวๆนี้ดีกว่า
ปลอบใจตัวเองซะว่านี่มันบ้านคนนะเว้ยแทมินไม่ใช่ปราสาทฮอกวอตส์จริงๆซักหน่ิอย  
คิดได้แบบนั้นผมก็เดินไปตามทางเดินไปเรื่อยๆ
ตอนแรกผมก็มัวแต่ดูจิตกรรมฝาผนังประเภทลายเถาวัลย์ริมผนังทางเดินอะไรแบบนั้น
จนลืมจำว่าได้เลี้ยวไปกี่เลี้ยว ซ้ายหรือขวาบ้างก็ไม่รู้
ตอนนี้ผมประจักษ์แก่ใจแล้วว่ามันไม่ใช่โรงเรียนของแฮรี่ พอตเตอร์
แต่มันเป็นเขาวงกตต่างหาก T^T ที่ลี แทมินพูดแบบนี้ก็แน่นอนอยู่แล้วว่าหลงทางอย่างที่ทุกคนคิดนั่นแหละ
แต่ผมหวังว่าตัวเองจะเจอมนุษย์ซักตัว เอ้ย!!!ซักคน ไม่ใช่ไปเจอมังกรที่อยู่บนยอดหอคอย
หรือสัตว์ประหลาดอย่างบาซิลิสก์ ใครกันนะจัดให้แฮรี่ พอตเตอร์เป็นวรรณกรรมเยาวชน
ใครคนนั้นเค้าจะรู้มั่งมั้ยว่าทำให้เยาวชนอย่างผม
คิดเพ้อเจ้อตั้งแต่เหยียบแหล่งพำนักของไอ้เจ้าพ่อว่ามีแต่อะไรที่น่าหวาดกลัวแบบในหนังสือ

"หนูมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง"

"เฮือก!!!!"

เสียงทักของมนุษย์มิใช่สัตว์ประหลาด แต่มาทักตอนจินตนาการบรรเจิด
ถึงสัตว์ร้ายในตำนานหรือเอเลี่ยนนอกโลกอะไรเทือกนั้น เป็นใครก็ต้องสะดุ้งเฮือกแบบผมเนี่ยแหละ

"เอ่อ...อันยองฮาเซโย ผมชื่อลี แทมินครับ เป็นรุ่นน้องของรุ่นพี่คยูฮยอน"

"อ่อรุ่นน้องคยูฮยอนเร๊อะ....แล้วไปไงมาไงหนูถึงมาเดินอยู่แถวนี้ได้ล่ะ แล้วไอ้คยูฮยอนมันไปไหนเสีย"

"พอดีพี่คยูฮยอนไปคุยโทรศัพท์น่ะฮะ แล้วผมก็กะว่าจะมาเดินเล่น แต่เดินไปเดินมาก็แฮ่~......หลงทาง"

        คุณลุงที่มาทักผมนั้นน่าจะเป็นญาติฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งของอีตารุ่นพี่คยูแน่ๆอ่ะ
เพราะหน้าตาดูจะมีเค้าลางคล้ายๆพี่คยูอยู่ แต่เป็นภาคเจ้าพ่อตอนอวบและแก่
จุดเด่นที่สำคัญของคุณลุงคนนี้คงหนีไม่พ้นขาของแกที่สามารถกลิ้งไปไหนต่อไหนได้
ก็แหม!แกนั่งบนรถเข็นนั่นแหละครับ หาใช่สัตว์ประหลาดอะไรที่ไหน

"อืมหลงทางงั้นหรอ....ถ้าอยากเดินเที่ยวเดี๋ยวลุงเป็นไกด์ให้เอามั้ย"

"เอ.....า...."

"เอาไว้วันหลังแล้วกันนะพ่อ เดี๋ยวว่างๆจะพามาเล่นด้วย วันนี้ผมต้องพาแทมินกลับก่อน"

        พี่คยูฮยอนพูดแทรกขึ้นกลางครันก่อนที่ผมจะตอบรับคำชวนของลุงใจดี
ซึ่งจากที่ได้ยินเมื่อกี๊ก็พอจะรู้แล้วว่าเป็นผู้ให้กำเนิดเจ้าพ่อคยูฮยอนนั่นเอง....
แต่ถ้าลองพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนแล้ว ดูยังไง๊ยังไงคุณลุงมนุษย์ล้อก็ดูใจดีเหมือนศาสตราจารย์หัวโล้นในเรื่อง X-Men
แต่ไอ้เจ้าพ่อนี่มันเหมือนวูฟล์เวอรีนชัดๆ ถ้าเมื่อไหร่มันเผลอตัวโกรธอาจจะมีใบมีดโผล่ออกมาจากซอกนิ้วก็ได้ใครจะรู้
        ในเมื่อเจ้าพ่อบัญชา แม้แต่บิดาผู้บังเกิดเกล้ายังเกรงบารมีลูกชาย
คุณลุงใจดีพยักหน้าหงอยๆแล้วหมุนล้อกลับไปตามทางที่มาแบบเหงาๆ
สงสัยว่าคงจะไม่มีเพื่อนเล่นมานานแล้ว
เพราะลูกชายก็ไปอยู่หอพักไม่ค่อยได้กลับบ้านหรอกเท่าที่ผมเห็นอ่ะนะ
จริงๆแล้วลี แทมินก็อยากจะอยู่เล่นกะคนแก่หรอกนะ
แต่ไอ้คนข้างๆนี่ก็ขยันใช้สายตาคมกริบเชือดเฉือนทิ่มแทงแทนใบมีดที่โผล่มาจากหลังมือวูฟล์เวอรีนซะจริงเชียว
ผมเลยรำคาญจึงเดินก้มหน้าหันหลังกลับไปอย่างหงอยๆเหมือนคุณลุงมนุษย์ล้อใจดีไม่มีผิด

"เดี๋ยวแทมิน"

เสียงเรียกของเฮียแกทำให้ผมชะงักเท้า นี่ถ้าจะมาง้อกันตอนนี้นี่แทมินคนนี้ไม่ขอยกโทษให้หรอกนะ
เดทบ้าเดทบออะไรกัน ไม่เห็นจะสนุกเลยซักนิด อาหารริมระเบียงบนปราสาทฮอกวอตส์ก็งั้นๆ
สู้พายเรือริมสระกับอาหารไทยของพี่นิชคุณไม่ได้ซักนิด (ไหนตอนแรกแกว่าอร่อยไปคนละแบบไง๊)

"คือ.....เอ่อ....."

มาทำเป็นพูดติดอ่าง เช๊อะ~! คิดจะขอโทษตอนนี้มันก็สายไปแล้วว้อยยยย  อารมณ์เสียชะมัด ชิส์~!  'งอน'

"คือ....."

"พี่จะพูดอะไรของพี่กันแน่น่ะพี่คยูฮยอน  'คือ....' อยู่ได้ นี่จะกลับแล้วใช่มั้ย ดี! ผมจะได้ไม่ต้องโดดเรียนคาบสุดท้าย"

"ใครว่าเราจะกลับโรงเรียนล่ะ ไอ้ที่จะบอกน่ะ คือนายรู้หรอว่าทางออกไปทางไหน"

'แป่ว!!!'  ถ้ามีเสียงกลอง ตึ่งโป๊ะ!ด้วย จะได้อารมณ์หน้าแตกในใจของผมยิ่งขึ้น
เออนึกว่ามันจะมาง้อซะอีก ที่ไหนได้จะมาทักความเอ๋อแดกของผมนี่เอง
ลืมไปเลยว่าบ้านมันนี่หว่า แล้วก็ไม่รีบบอกให้เร็วกว่านี้

"พี่แหละผิด รู้ตัวว่าเป็นเจ้าของบ้านทำไมไม่เดินนำไปเล่า" (ยอมซะที่ไหน)

"จ้าๆๆ พี่คยูฮยอนคนนี้ผิดเอง ที่ออกตัวช้ากว่าลี แทมิน"

เอาเข้าไป แถวบ้านเรียกแดกดันนะแบบนี้ มันจะให้รู้สึกผิดให้ได้เลยใช่ป่ะ
นี่ก็หยุดเดินให้แซงตั้งนานแล้วไหงมันไม่ขึ้นนำซักทีวะ
ผมรู้สึกว่ายืนหันหลังรอนานผิดปกติจึงหันกลับไปกะจะว๊ากซะให้ แต่แล้ว....

'จุ๊บ!!!'

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก ไอ้คนเจ้าเล่ห์ ว่าแล้วเชียวสันดานหมาป่าแบบไอ้เจ้าพ่อเนี่ยมันเลวหาใดเปรียบ
ทำเป็นไม่เดินแซงผม แต่แอบย่อตัวยื่นหน้ามารอผมหันกลับไป
พอผมหลงกลหันกลับไปกะจะฉะ แล้วปากผมก็ชนกับปากของมันแบบพอดีเหมาะเหม็ง
แถมไอ้เจ้าพ่อตัวดีไม่รอให้ว๊ากรีบเดินนำแบบไม่ต้องรอให้กระตุ้นอีกเลย

"แทมิน ยังไม่ตามมาอีก เดี๋ยวหลงเข้าห้องแห่งความลับเจอบาซิลิสก์ไม่รู้ด้วยนะ"

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก(อีกรอบ) มันมารู้ความคิดผมได้ไงวะ
นี่อย่าบอกนะว่าชอบอ่านแฮรี่ พอตเตอร์เหมือนกันอ่ะ
ว่าแต่บ้านมันมีห้องแห่งความลับและเลี้ยงบาซิลิสก์ไว้จริงๆหรอ
พอคิดได้แบบนั้นผมเลยรีบจ้ำตามไอ้เจ้าพ่อแบบไม่ต้องรอให้เรียกซ้ำ
จะว่าไปบาซิลิสก์กะไอ้เจ้าพ่อหมาป่าตัวแสบมันก็น่ากลัวพอกันแหละว้าาาา
.
.
.
.
.
.
.
"พี่คยูฮยอน พี่จะพาผมไปไหนอีกอ่ะ ทำไมเราไม่กลับไปเรียนซักทีอ่ะ
เนี่ยถ้ากลับไปตอนเนี้ยะยังทันเรียนคาบสุดท้ายนะ"

"ทีเมื่อวานทำไมไม่รีบกลับมาเรียนคาบท้ายมั่งล่ะ"

"- -++++ ถ้าไม่อยากมีเรื่องอย่าเอ่ยถึงเรื่องเมื่อวานอีกนะพี่คยูฮยอน"

ผมเอาคำพูด+สายตาของมันมาใช้ให้มันสำนึกบ้าง

"เอาล่ะๆ ไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว ก็ชั้นอยากอยู่กับนายนี่นา ไปด้วยกันเถอะน๊า"

แค่คำพูดนั้นคำพูดเดียวก็ทำเอาผมงับปากตัวเองสนิทได้ตลอดทาง
ไม่ใช่เพราะสายตาเว้าวอนและน้ำเสียงอ้อนๆนั่นหรอกครับ
แต่มันเป็นเพราะใจของผมเองก็ต้องยอมรับว่าอยากอยู่ใกล้ๆพี่คยูฮยอนเหมือนกัน
.
.
.
.
.
"อ๊ะถึงแล้วล่ะ ลงจากรถเถอะ"

จากปราสาทฮอกวอตส์เราเปลี่ยนบรรยากาศฉุบฉับ ไวยิ่งกว่าเปลี่ยนฉากในละครเวทีซะอีก
จากปราสาทโบราณแบบตะวันตกเปลี่ยนมาเป็นปราสาทแบบญี่ปุ่น
ใครจะไปคิดว่าหลังกำแพงสูงที่มีต้นไม้ขึ้นหนาทึบจะมีตำหนักท่านโชกุนซ่อนตัวอยู่แบบนี้

"พี่คยูฮยอนที่นี่ที่ไหนอ่ะ"

"บ้านตาพี่เอง"

        มันเรียกว่าที่แบบนี้เป็นบ้านอีกแล้ว ผมพอจะรู้แล้วล่ะว่าฉายาเจ้าพ่อของโรงเรียนมาจากไหน
ก็พอเหยียบถึงบริเวณ 'บ้านตาพี่เอง' ของพี่คยูฮยอน ผมก็สังเกตเห็นผู้ชายในชุดสีดำเดินกันให้ยุ่บยั่บ
แถมพอเงยหน้าขึ้นมองด้านบนก็ต้องเห็นกับกล้องวงจรปิดเป็นระยะแถบจะทุกมุมของบ้าน
รอบนี้ไม่ต้องบอกผมก็ไม่กล้าเดินนำไอ้เจ้าพ่อหลานชายผู้เป็นเจ้าของบ้านแน่ๆ
นี่มันรังมาเฟียชัดๆ ให้ใช้วิชาตรรกะเปรียบยังไงก็พอจะรู้ว่าความอันตรายของรังมาเฟีย
ย่อมมีเหนือจินตนาการถึงบาซิสิสก์ในปราสาทฮอกวอตส์แน่ๆ
เผลอเดินหลงผิดที่ผิดทางขึ้นมาได้โดนเก็บปิดปาดก่อนถามไถ่ว่าเป็นใครมาจากไหนแน่ๆ
ผมพยายามเร่งฝีเท้าให้ตามหลังเจ้าพ่อไปติดๆ ตอนแรกคิดจะแอบแตะปลายเสื้อของพี่คยูไว้กันภัย
เผื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้ฉุดเรียกทัน แต่เหมือนว่าการแอบของผมจะไม่สำเร็จ
เพียงแค่แตะชายเสื้อเบาๆ แต่คนที่เดินนำหน้ากลับรู้สึกตัวขึ้นมาเสียก่อน
เลยคว้ามือมือผมและจับจูงไปเหมือนสุนัขนำทาง เอาเถอะถึงยังไงมันก็ช่วยให้ผมอุ่นใจขึ้นแหละน่า
        เดินวกไปวนมาจนในที่สุดเราก็มาถึงทางเชื่อมเล็กๆ
ซึ่งเมื่อมองไปด้านหน้าก็เห็นบ้านหลังเล็กดูน่ารักและร่มเย็นน่าอยู่สุดๆ
เสียงกระดิ่งลมกุ๊งกิ๊งดังอยู่ที่ชายคาบ้านยิ่งทำให้ผมรู้สึกถึงความสบายของบ้านหลังน้อยๆหลังนี้
แต่แล้วช่วงที่ผมเผลอมองนั่นโน่นนี่ตามส่วนต่างๆของบริเวณบ้าน
พี่ซองมินกับผู้ชายชุดดำอีกคนนึงก็เดินมาจากบริเวณด้านหลังที่เราเพิ่งเดินผ่านมา
พอพี่ซองมินเห็นพี่คยูฮยอนเท่านั้นแหละก็กระโจนเข้าหาแทบจะเรียกได้ว่ากระโดดเข้ากอด
แต่ยั้งเท้าทันเมื่อเห็นมือที่กุมกันของผมและพี่คยูฮยอน

"คยูฮยอนนายมาแล้วหรอ" ถามแปลกๆไม่มาแล้วจะเห็นรึไง ผมแอบแย้งในใจ

"โอซามุ คุณตาอยู่มั้ย"

แทนที่พี่คยูจะตอบคำถามอะไรพี่ซองมิน แต่กลับหันไปถามอีตาผู้ชายชุดดำที่เดินตามหลังมาเป็นภาษาญี่ปุ่น
ที่ผมรู้เรื่องด้วยเพราะแอบถามพี่คยูฮยอนทีหลังว่าคุยอะไรกันหาใช่เก่งกล้าสามารถรู้ภาษาญี่ปุ่นไม่

"อยู่ที่ห้องทำงานครับ"

"แทมินอยู่คุยกับซองมินก่อนนะเดี๋ยวชั้นมา"

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยอย่าทิ้งผมไว้
ฮือๆๆๆๆ ไอ้เจ้าพ่อบ้ามันทิ้งผมไว้ให้กระอักกระอ่วนใจกับพี่ซองมินอีกแล้ว
ผมไม่รู้จะวางตัวยังไง จะคุยอะไร จึงเลี่ยงเดินไปนั่งที่ระเบียงหน้าบ้านหลังน้อยที่อยู่ตรงหน้า
แต่พี่ซองมินก็เดินตามมานั่งข้างๆอีก ตามมาไมวะ เสียวสันหลังแปลกๆไงไม่รู้แฮะ

"ชั้นเพิ่งสังเกตว่าหน้าตานายที่เหมือนพี่ชายนายเนาะ" พี่ซองมินเอ่ยเหมือนจะชวนคุย

"พี่ซองมินรู้จักพี่ชายของผมด้วยหรอ"

"ทำไมจะไม่รู้ล่ะ พี่ชายน่ะเป็นเพื่อนสนิทคยูฮยอนกับชั้นเลยนะ"

"พี่ว่าไงนะ!!! พี่แทฮวานน่ะหรอเป็นเพื่อนของพี่คยูฮยอนกับพี่"

"อ้าวคยูฮยอนไม่ได้บอกนายหรอกหรอ ที่ชั้นต้องย้ายไปเรียนที่ดองฮวาก็เพราะพี่ชายนายกับคยูฮยอน
แล้วก็เอ่อ...คิบอมนั่นแหละ"

ทำไมเสียงเรียกพี่คิบอมต้องแผ่วๆก็ไม่รู้แฮะ แต่สิ่งที่ผมอยากรู้มันไม่ใช่ประเด็นนั้นนี่นา

"เรื่องมันยังไงกันแน่ฮะ พี่ซองมินช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยได้มั้ย"

        เรื่องที่พี่ซองมินเล่าก็ต่างจากที่ผมได้ฟังมาจากพี่ทงเฮนิดหน่อย ยกเว้นพี่ทงเฮไม่ไดบอกว่าคนๆนั้นคือพี่แทฮวาน
และผมก็ไม่ทันคิดว่าผู้ชายที่พี่ทงเฮเล่าจะเป็นพี่แทฮวาน ทั้งๆที่ผมก็รู้อยู่หรอกนะว่าพี่แทฮวานเคยเรียนที่ยอนแซนนี่น่ะ
ส่วนเรื่องที่พี่แทฮวานเสียชีวิตนั้นผมไม่ติดใจโทษใครหรอก ชีวิตจริงมันไม่ใช่นิยายนี่ฮะ
จะให้ผมคนเดียวบุกเดี่ยวไปล้างแค้นไิอ้้พวกนักเรียนดองฮวาน่ะหรอ ผมก็ตายอ่ะดิ
พี่แทฮวานโดนพวกนักเรียนดองฮวาทำร้ายและเท่าที่ทางบ้านผมทราบก็คือ
นักเรียนที่ทำร้ายพี่แทฮวานก็โดนลงโทษไปแล้ว ผมก็อยากให้มันจบกันแค่นั้น
ส่วนเรื่องพี่นิชคุณนั้นจากที่ฟังพี่ซองมินเล่าก็คือ
พี่คุณมาทีหลังและไม่ได้อยู่ในแก๊งค์ที่ทำร้ายพี่แทฮวานด้วย ผมจึงไม่ติดใจอะไร
ส่วนตัวของพี่ซองมินเองนั้นผมก็รู้สึกดีในตัวพี่ซองมินขึ้นมานิดนึง
ที่รู้ว่าพี่แกอุตส่าห์เสียสละตัวเองไปเป็นตัวประกันอยู่ที่โรงเรียนดองฮวา
แต่นั่นมันก็ไม่มีความเกี่ยวโยงอะไรกับผมไม่ใช่หรอ
เพราะถึงยังไงพี่ชายผมก็ตายไปแล้ว แต่ตัวคนที่ผมติดใจมากที่สุดคือรุ่นพี่คยูฮยอน
ทำไมพี่แกไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง แล้วทำไมพี่เค้าถึงทำเหมือนไม่รู้จักพี่ชายผมล่ะ

"พี่คยูฮยอนเค้ารู้มั้ยครับพี่ซองมิน ว่าผมเป็นน้องชายของพี่แทฮวาน" ผมเอ่ยถามคำถามคาใจกับพี่ซองมิน

"ทำไมจะไม่ล่ะ ก็คยูฮยอนเป็นคนโทรมาปรึกษาเรื่องที่นายจะย้ายมาเรียนที่ยอนแซนนี่"

หมายความว่าเค้ารู้จักผมตั้งแต่ยังไม่เห็นตัวกันสินะ
แล้วพี่คยูฮยอนมีเหตุผลอะไรถึงไม่บอกเรื่องนี้กับผมล่ะ
นี่เป็นเรื่องที่ผมจะต้องหาคำตอบจากตัวพี่คยูฮยอนเอง
ตอนนี้คงไม่มีเวลาที่จะถามอะไรกับพี่ซองมินแล้วล่ะ
เพราะพี่คยูฮยอนกับหนุ่มญี่ปุ่นชุดดำคนนั้นเดินกลับมาแล้ว

"โอซามุ นี่ลี แทมิน  - แทมิน นี่โอซามุ มูกาอิ" พอพี่คยูฮยอนเดินกลับมาถึงก็แนะนำให้ผมรู้จักกับชายชุดดำคนนั้น

"อันยองฮาเซโยครับ"

"อันยองฮาเซโยครับ"

เราต่างทักทายกันเป็นภาษาเกาหลี แล้วพี่ยุ่นชุดดำก็ฉีกยิ้มให้ผม
เล่นเอาผมอดยิ้มตอบไม่ได้ เพิ่งรู้สึกว่ามาเฟียญี่ปุ่นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนี่นา

"ซองมิน นายไม่ต้องห่วงนะ ชั้นไปคุยกับคุณตาให้แล้ว เดี๋ยวเรื่องต่างๆก็คงเรียบร้อย
นายคงได้กลับมาเรียนที่ยอนแซนไม่ต้องไปเรียนที่ดองฮวาแล้วล่ะ
ตอนนี้ก็ให้โอซามุคอยอยู่เป็นเพื่อนไปก่อนแล้วกัน วันนี้ชั้นกลับล่ะ"

พี่คยูฮยอนพูดรวดเดียวจบโดยไม่ปล่อยให้พี่ซองมินโต้แย้งแต่อย่างใด
ในระหว่างที่ผมมีความคิดสับสนกับเรื่องก่อนหน้านี้ที่ได้รับฟังมา
กับเรื่องที่พี่ซองมินจะกลับมาเรียนที่ยอนแซนอยู่นั้นพี่คยูฮยอนก็คว้ามือผมเดินกลับมาขึ้นรถและพากลับหอ
แต่จนแล้วจนรอดผมก็ยังไม่รู้จะเริ่มต้นถามเรื่องพี่แทฮวานกับพี่คยูฮยอนยังไงดี
.
.
.
.
.
.
.

-*-*-*----*-*-*-*-*-*-**-**-

 

        ในที่สุดก็ถึงวันเสาร์ที่ผมนัดกับพี่คยูจงไว้ ผมเปลี่ยนใจที่จะไปตามนัดคนเดียว
เพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกถีบตกจากรถไฟเหาะ หรือว่าโดนฆาตกรรมที่สวนสนุกตามลำพังโดยไร้คนรู้เห็น
ผมจึงเลือกเพื่อนที่ผมคิดว่าไว้ใจได้มากที่สุด นั่นคือ มินโฮ ไปเป็นพยานปากเอก

"นายแน่ใจนะแทมินว่าพี่คยูจงจะไม่โกรธที่ชั้นมาด้วยอ่ะ"

"ไม่รู้อ่ะ แต่ถ้าโกรธเราก็กลับดิ่"

"พูดง่ายเนาะ ถ้านายโหดนั่นจะเก็บเรา 2 คน ชั้นว่าคงไม่คณามือพี่แกหรอก"

"ทำไมชั้นต้องเก็บพวกนาย 2 คนด้วย"

"แว๊กกกกก พี่คยูจงมาแล้วหรอครับ โหมาเงียบๆพวกผมจะหัวใจวายตาย"

"หึ"

ไอ้เสียงหัวเราะแบบสยองแบบนี้อีกแล้วอ่ะ นี่ผมกับไอ้มินโฮจะมีชีวิตรอดกลับไปแน่ๆใช่มั้ยเนี่ย
.
.
.
.
        หลังจากที่ทักทายกันพอหอมปากหอมคอแล้ว
เราก็ย้ายมานั่งคุยกันที่ร้านอาหารที่เหมือนจะมีคนพลุกพล่านนิดหน่อย
ผมกำลังจะเริ่มเปิดประเด็นแต่พี่คยูจงเริ่มเปิดประเด็นแทนผมซะก่อน

"นายแน่ใจนะว่าพวกนายมากันแค่ 2 คน"  พี่คยูจงถาม

"แล้วพี่แน่ใจนะว่าพี่มาคนเดียว" ไอ้มินโฮลองหยั่งเชิงบ้าง

"ว้าาาา โดนจับได้งั้นหรอ"

"เฮ้ย!!!พี่คุณ พี่มายังไงน่ะ"

จู่ๆไอ้ผู้ชายที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะด้านหลังพี่คยูจง
ก็ยกหนังสือลงแล้วเผยให้เห็นโฉมหน้าขาวใสน่ารักของตัวเองออกมา

"เก่งจังว่ะมินโฮ" ผมกระซิบชื่นชมมัน

"ฟลุคอ่ะ" ไอ้มินโฮยิ้มแหยๆกลับมา เฉลยให้รู้ว่ามันเดาจริงๆ

"แต่ผมพามินโฮมาคนเดียวจริงๆนะครับพี่" ผมรีบยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

"งั้นไอ้พวกที่ตามนายมานั่นแปลว่าไม่ได้พามาสินะ"

"ใครตามพวกเรามาฮะ" ผมรีบหันซ้ายหันขวาหาคนที่แอบตามเรามา

"อย่าเพิ่งหันไปนะแทมิน มองผ่านกระจกข้างหน้านายนั่นดูซะ
ไอ้คนที่ใส่หมวกไหมพรมนั่งอยู่หน้าร้านนั่นชั้นเดาว่าคงเป็นฮยอนจุง
ส่วนไอ้คู่ที่นั่งหันหลังเยื้องๆโต๊ะเราไปทางขวานั่นชั้นว่าคงเป็นทงเฮกับคิบอม
แต่ไอ้ที่ชั้นไม่แน่ใจก็น่าจะตัวมาสคอตที่แจกลูกโป่งอยู่หน้าร้านนั่นไม่รู้ว่าใคร
แต่แน่ใจว่าตามนายมาแน่ๆ เพราะชั้นเห็นมันเดินแจกลูกโป่งตามนายมาตั้งแต่เข้ามาที่สวนสนุกนี่แล้ว"

"O[]O” ผมกับไอ้มินโฮถึงกับช็อคเลยทีเดียวที่รู้ว่ารุ่นพี่ตามเรามาถึงขนาดนี้

"มินโฮนายบอกใครหรือเปล่าว่าเราจะมาที่นี่" ผมรีบไล่เบี้ยเอากับมินโฮทันที

"ก็...เอ่อ....แค่กระซิบบอกไอ้จงฮยอนเบาๆเองนะ"

"อ๊าก....แกทำอะไรลงไปมินโฮ บอกไอ้จงฮยอนก็เหมือนบอกคนทั้งหอนั่นแหละ
ทีนี้จะเอาไงกันดี ซวยแน่ๆไอ้มินโฮเอ้ย"

"เออขอโทษว่ะ ก็ชั้นไม่ทันคิด" ไอ้มินโฮทำสีหน้าเศร้าใจ จนผมไม่อยากจะว่าอะไรเพื่อนอีก

"เอางี๊เดี๋ยวเรามาเล่นสับขาหลอกพวกนั้นกันดีกว่า"  

เมื่อมองหน้าคนพูด พี่คุณดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับคนที่ตามพวกเรามาเท่าไหร่
แต่กลับดูเหมือนเป็นเรื่องสนุกของพี่แกมากกว่า

"เดี๋ยวเราไปซุ้มยิงปืนซุ้มนั้นกันดีกว่า"

พี่คุณไม่บอกแผนอะไรพวกเราเลยแต่กลับชวนเข้าไปเล่นยิงปืนที่ซุ้มยิงเป้าในสวนสนุกนั่นแหละ

        เราเล่นยิงปืนกันอยู่พักใหญ่สนุกซะจนผมไม่ทันสังเกตอะไร แต่พอหันมาอีกทีก็มีคนเข้ามาในซุ้มนี้เต็มไปหมด
บางคนผมคุ้นหน้าจากห้องซ้อมดนตรีเมื่อหลายวันก่อน แต่อีกหลายคนผมไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเลย

"เดี๋ยวนายสองคนเปลี่ยนเสื้อนี่ซะ"  

        พี่นิชคุณส่งเสื้อที่ได้จากการยิงเป้าให้ผมกับมินโฮเปลี่ยน
และคนอื่นๆต่างก็เปลี่ยนเสื้อเป็นแบบเดียวกับที่เรากำลังจะเปลี่ยนอยู่นี่
สรุปแล้วตอนนี้คนที่อยู่ในซุ้มล้วนแล้วใส่เสื้อแบบเดียวสีเดียวกับเรา
และสิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ของการปลอมตัวนั่นคือหมวก
มาถึงตอนนี้ผมเข้าใจในสิ่งที่พี่คุณจะทำแล้วล่ะ พี่คุณให้ทุกคนแต่งตัวเหมือนๆกัน
เพื่อหลอกให้พวกที่ตามเรามานั้นตามไม่ถูกว่าควรตามเราคนไหนดี

"เดี๋ยวนายไปกับคยูจงแล้วกันนะแทมิน เดี๋ยวชั้นจะไปกับมินโฮเอง"

        พี่คุณพูดจบก็ทิ้งผมไว้กับพี่คยูจงหน้าโหด
และผมยังไม่ทันได้เอ่ยโวยวายอะไรพี่คยูจงก็ลากผมออกไปจากซุ้มทันที
ตอนนั้นเหมือนเกิดความสับสนวุ่นวายขึ้นแถวนั้นเล็กๆ
เมื่อมีผู้ชายใส่เสื้อสีเดียวกันแบบเดียวกันออกมาพร้อมๆกันจากซุ้มยิงเป้านับสิบคน
พี่คยูจงลากผมมาจนถึงกระเช้าลอยฟ้าและยัดผมขึ้นไปในนั้นโดยไม่ฟังเสียงร้องของผมเลย
ผมกลัวความสูงน๊าเพ่!~~

"อย่ามองลงไป"  ไอ้โหดมันสั่งผมด้วยน้ำเสียงเหี้ยมๆ

"พ....พี่มีอะไรจะถามผมก็รีบๆถามเข้าสิ"

"เรื่องซองมิน"

"อ่อ...พี่ซองมินอยู่เอ่อ.....อยู่ในที่ปลอดภัย
ว่าแต่พี่ถามถึงพี่ซองมินเพราะจะจับตัวพี่เค้ากลับไปเป็นตัวประกันที่โรงเรียนพี่อีกรึไง"

"เปล่า...."

"ถ้าพี่บอกผมว่าพี่อยากเจอพี่ซองมินทำไม ผมก็จะบอกเรื่องพี่ซองมินเท่าที่ผมจะบอกพี่ได้ให้พี่รู้เหมือนกัน"

"ชั้นรักซองมิน"

"O{ }O"

แค่ประโยคเดียวนั่นก็ทำให้ผมช็อคจนพูดอะไรไม่ออกไปร่วมนาที

"พ...พี่...พี่บอกว่าพี่รักพี่ซองมิน แล้วทำไมพี่ซองมินถึงทำท่าว่ากลัวพวกพี่จะทำร้ายล่ะ"

เหมือนว่าคำถามของผมไปกระแทกใจของพี่คยูจงเข้า พี่คยูจงจึงมีทีท่าว่าเจ็บปวดเช่นนั้น

"พวกเราไม่ได้คิดจะทำร้ายซองมิน แต่ซองมินทำให้นิชคุณแขนหักเลยกลัวนิชคุณไปเอง"

"ถ้าไม่คิดจะทำร้ายแล้วพวกพี่จะตามหาพี่ซองมินไปทำไม"

"ก็แค่อยากจะให้มาคุยกัน"

"แต่พี่คุณ......"

"นิชคุณไม่ได้จะทำร้ายซองมิน มันแค่จะช่วยชั้น"

        จากคำตอบสั้นๆของพี่คยูจง ทำให้ผมประมวลผลจากข้อมูลที่ได้รับได้ว่า
พี่คยูจงคงอยากจะตามหาพี่ซองมินเพื่อปรับความเข้าใจกันโดยมีพี่นิชคุณให้ความช่วยเหลือ
แต่พี่ซองมินคงเข้าใจผิดคิดว่าพี่คุณจะแก้แค้นที่ตัวเองทำให้พี่คุณแขนหัก
ส่วนพี่คยูฮยอนก็คงเพราะ.......รักและเป็นห่วงพี่ซองมิน ...

"แต่ผมว่าพี่คงไม่มีโอกาสคุยกับพี่ซองมินแล้วล่ะ"

"ทำไม"

"ก็พี่คยูฮยอนจะให้คุณตาของเค้าช่วยให้พี่ซองมินย้ายกลับมาเรียนที่ยอนแซนแล้ว"

"นายว่าไงนะ!!"

"พี่ซองมินจะย้ายกลับมาเรียนที่ยอนแซนแล้ว"

        หลังผมพูดเรื่องนี้จบพี่คยูจงก็เงียบไป เหมือนว่าครุ่นคิดตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง
ท้ายที่สุดจากสวนสนุกในฝันที่ผมอยากเข้ามาเล่นก็กลายเป็นแค่ความฝัน
ผมได้ขึ้นแค่กระเช้าลอยฟ้าซึ่งนอกจากจะแค่สูงแล้วก็ไร้ความสนุกตื่นเต้นใดๆ
ไอ้ผมน่ะกลัวความสูงนะ แต่ผมก็อยากเล่นพวกรถไฟเหาะอะไรแบบนั้นให้มันสูงๆเสียวๆตื่นเต้นๆ
ดีกว่าสูงแบบเอื่อยๆแบบนี้ตั้งเยอะ ((มันดีกว่าตรงไหนว๊าแทมิน))

"พี่คยูจงถ้าพี่ไม่มีอะไรจะคุยกับผมแล้ว งั้นผมกลับล่ะนะ"

"เดี๋ยว นายยังกลับไม่ได้แทมิน"

"ทำไมล่ะ พี่มีอะไรจะถามผมอีกงั้นหรอ"

"ไม่มี"

"อ้าวววว งั้นพี่รั้งผมไว้ทำไม"

"นายต้องอยู่เป็นตัวประกันให้ชั้นก่อน"
.
.
.
.
.
.
.
.
.

to be con....

Title: นายตัวร้ายปะทะเจ้าชายตัวน้อย

Pairing : คยูฮยอนxแทมิน

Featuring : SuperJunior&Shinee&TVXQ&SS501&2PM
ยกมาทุกวงเลยแล้วแต่ความเหมาะสมก๊ากกกกกก


Author: kaikookkik








Episode 8


ภาคเรื่องเล่าของคยูฮยอน 2

เหตุการณ์เมื่อวานนี้

        มันต้องเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นกับซองมินแน่ๆ ผมเห็นรอยแดงตรงซอกคอของซองมิน
และเห็นรอยช้ำที่ข้อมือทั้งสองข้างนั่นด้วย เพื่อกันไม่ให้เด็กใสชื่อจอมคิดมากแบบลี แทมินรู้
ผมจึงต้องปล่อยให้เนื้ออยู่กับเสือแบบไอ้ซีวอน ที่ทำท่าจะบิดพริ้วไม่ยอมไปส่งแทมินถอดเฝือก
ผมรู้ดีทีเดียวล่ะ ก็สายตามันน่ะอ่านออกเลยว่าเตรียมจะชิ่ง ผมมั่นใจว่าถ้าปล่อยให้ซีวอนขึ้นไปเอาของข้างบน
มันต้องแอบใช้ให้ใครมาเป็นเพื่อนแทมินถอดเฝือกแทนแน่ๆ
ถึงไอ้ซีวอนจะเจ้าชู้แค่ไหน แต่ผมรู้ว่าของที่เป็นของผมซีวอนจะไม่แตะ ดังนั้นตอนนี้มีเพียงมันที่ผมจะไว้ใจได้มากที่สุด
.
.
.
.
.
เมื่อส่งเด็กขี้งอนไปแล้ว ผมก็กลับขึ้นมาดูซองมิน อยากรู้นักว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

"นายจะบอกชั้นได้รึยังว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่ซองมิน"

"ม....เมื่อวานนี้นิชคุณให้คนมาลากชั้นจากห้องเรียนไปที่ห้องซ้อมดนตรีที่พวกนั้นชอบไปมั่วสุมกันอยู่ แล้ว....."

"แล้ว?"

"เอ่อ....คยูจงก็มาสารภาพรักกับชั้น แต่ชั้นปฏิเสธไปว่าชั้นมีคนที่รักอยู่แล้ว"

"งั้นไอ้รอยตามตัวของนายและไอ้ที่อยู่บนคอนั่นเกิดขึ้นได้ยังไง"

"ก็คยูจงทำท่าไม่พอใจก็เลย....จะปล้ำบังคับใจชั้น"

"ไอ้เลวววววว....มันทำแบบนี้ได้ยังไง ชั้นจะไปจัดการมันให้นายเอง"

"เดี๋ยวคยูฮยอน" ซองมินรั้งเสื้อผมไว้ อารมณ์ใจร้อนที่ไอ้พวกดองฮวาทำกับเพื่อนของผมจึงลดระดับลงไปนิดนึง

"ค...คือเค้าทำได้แค่เท่าที่นายเห็น ชั้นผลักคยูจงกระเด็นไปชนนิชคุณล้มแขนกระแทกพื้น
ชั้นคิดว่ามันคงจะหักเพราะนิชคุณโอดว่าเจ็บแขนเอามากๆ
แล้วชั้นก็กลัวน่ะคยูฮยอน ฮือๆๆๆๆๆ นิชคุณมันดูใจดีก็จริง แต่จริงๆแล้วมันก็ซ่อนความร้ายกาจไว้นายก็รู้นี่
ชั้นไม่รู้จะทำยังไงดีก็เลยมาหานายที่นี่ ช่วยชั้นด้วยนะคยูฮยอน ช่วยชั้นด้วย ฮือๆๆๆ"

        ซองมินร้องไห้หนักจนผมต้องเข้าไปปลอบใจเพราะผมรู้จักนิชคุณดีทีเดียว
เพราะเรามีเรื่องกันมานับครั้งไม่ถ้วน ด้วยไอ้หน้าตายิ้มๆของมันที่ผมมองว่ามันกวนตรีน
และมันก็มองว่ายิ้มมุมปากของผมกวนอารมณ์มันเช่นกัน เรามีอาจารย์สอนมวยไทยคนเดียวกัน
เมื่อตอนเด็กๆด้วยผมเป็นทายาทคนเดียวที่จะต้องรับกิจการต่อจากพ่อ
และคุณตาอยากให้ผมมีฝีมือติดตัวไว้ป้องกันตัวเอง ผมจึงถูกส่งไปเรียนมวยไทยที่เมืองไทย
และก็ได้รู้จักไอ้หนุ่มหน้าหวานที่แอบเผลอตัวไปหลงชอบมันซะได้ กว่าจะรู้ก็เกือบเสียท่าตกเป็นของมันซะแล้ว
เห็นหน้าหวานๆแต่นิชคุณแอบแฝงความแข็งแกร่งไว้ในตัวมากมาย
ทั้งรูปร่างที่เหมือนจะซ่อนรูปแต่พอลองให้มันถอดเสื้อออกมาเถอะ จะเห็นมัดกล้ามอย่างที่ใครๆก็คิดไม่ถึง
อีกทั้ง ใจของนิชคุณก็แข็งแกร่งสุดๆ มันโดนชกแทบตายแต่อย่าคิดว่านิชคุณจะยอมแพ้คนที่ตัวโตกว่า มันสู้ยิบตา
อย่างที่เค้าว่าสายเลือดคนไทยเป็นยอดนักสู้ นิชคุณพิสูจน์คำนั้นได้เป็นอย่างดี


        นั่นเป็นเหตุผลที่ผมเป็นห่วงเรื่องของซองมิน นิชคุณไม่ยอมให้ใครที่ทำร้ายตัวเองลอยนวลไปเฉยๆแน่
ยิ่งคนๆนั้นเป็นที่ถูกตาต้องใจมือขวาที่สามารถตายแทนมันได้และฆ่าคนได้เพียงขยับตัวเพียงไม่กี่ก้าว ไอ้คยูจง
ไอ้นี่เป็นมือขวาของนิชคุณได้ เพราะนิชคุณช่วยชีวิตมันไว้จากพวกยากูซ่าที่ญี่ปุ่น
นิชคุณพาคยูจงมาจากญี่ปุ่นและกลับมาที่เกาหลีโดยทางบ้านของนิชคุณเป็นคนส่งเสียคยูจงให้กลับมาเรียนอีกครั้ง
นั่นยิ่งเป็นบุญคุณอันซับซ้อนของคยูจงและนิชคุณ ทั้งการช่วยชีวิตของคยูจง ฉุดคยูจงให้ลืมตาอ้าปาก
ยกย่องดุจพี่ชายแท้ๆของตัวเอง ทำให้คยูจงสามารถตายแทนนิชคุณได้เลยทีเดียว  
อะไรที่พี่ชายมันอยากได้แปลว่านิชคุณจะต้องเอามาให้พี่ชายมันให้ได้แน่ๆ  


        กว่าจะปลอบซองมินให้สงบได้ก็ใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงเพราะซองมินเอาแต่ร้องไห้
และผมเองก็ยังไม่รู้ว่าจะช่วยซองมินยังไงดีเพราะใจคอก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
คอยแต่จะหวลคิดว่าป่านนี้เจ้าตัวเล็กของผมจะเป็นไงบ้าง
ตัวเล็กคงกำลังน้อยอกน้อยใจอยู่แน่ๆที่วันนี้ผมไม่ได้ไปเป็นเพื่อนเอาเฝือกออก

        นึกโทษความงี่เง่าของตัวเองที่ปล่อยให้แทมินไปกับไอ้ซีวอนได้ยังไงกันนะ
จะไปไว้ใจมัน 100% แบบที่คิดไว้ตั้งแต่แรกได้ไง
ถ้าเกิดไอ้ซีวอนเห็นความน่ารักของแทมินจนอดใจไม่อยู่จะทำยังไง
ของเพื่อนก็ของเพื่อนเถอะ ถ้าเจอแทมินเวอร์ชั่นช่างออเซาะฉอเลาะเข้าไป
ความกลัวผมจะเล่นงานมันอาจจะหายไปจนกล้าเสี่ยงตายก็ได้ใครจะรู้
แล้วถ้าแทมินไปติดอกติดใจความเป็นสุภาพบุรุษของซีวอนล่ะ โอ้ยไม่อยากจะคิด  
โทรศัพท์ก็ดันให้มันเอาไป จะขอยืมโทรศัพท์ซองมิน
ตัวซองมินเองก็ด้วยอารามรีบร้อนผลุนผลันออกมาโทรศัพท์ไปตกอยู่ที่ไหนก็ยังไม่รู้ ยิ่งคิดผมก็ยิ่งจะเป็นบ้าตาย
แล้วนี่จะเป็นไงกันบ้าง ด้วยความห่วงหน้าพะวงหลังทำให้ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าจะช่วยซองมินยังไงดี


"ก๊อกๆ"

เสียงเคาะประตูห้องของผมดังขึ้น ผมจึงเดินไปเปิดประตู
และคนที่ไม่สมควรมายุ่งเรื่องนี้มากที่สุดก็ต้องเข้ามายุ่งในเหตุการณ์นี้เข้าจนได้

"เข้ามาก่อนสิคิบอม"

"ทำไมซองมินมาอยู่นี่" มันยิงคำถามใส่เราทันที

"พี่คิบอม พี่มาอยู่นี่ได้ยังไง"

ปกติซองมินจะไม่ค่อยเรียกคิบอมว่าพี่บ่อยนักเพราะเหมือนว่า 2 คนนี้จะอายุเท่ากัน
หรือซองมินอาจจะอายุมากกว่าด้วยซ้ำ แต่อาจจะด้วยบุคคลิกและอะไรหลายๆอย่าง
ที่ทำให้ซองมินเรียกคิบอมบางครั้งว่า พี่
อย่างครั้งนี้ก็คงด้วยอาการตกใจคาดไม่ถึงว่าจะเจอคิบอม

"ไอ้ซีวอนมันโทรมาบอกว่าแทมินเจอกันกับนิชคุณที่โรงพยาบาล"

"ห๊าเมิงว่าไงนะคิบอม"

"อ่ะเมิงโทรไปคุยกับมันเองแล้วกัน" ไอ้คิบอมโยนมือถือของมันมาให้ผมเพราะคงรู้จากซีวอนแล้วว่าโทรศัพท์ของผมอยู่ที่ซีวอน
       

        ผมจึงปล่อยให้ซองมินเล่าเรื่องของตัวเองให้คิบอมฟัง ส่วนตัวผมนั้นก็เลี่ยงออกมาโทรหาไอ้ซีวอนด้วยความร้อนใจ


(ฮัลโหล)

"เออ...ซีวอน....กูเอง....คยูฮยอน....ตอนนี้เมิงกับแทมินอยู่ไหนกัน"

("ตอนนี้แวะให้เด็กเมิงซื้อขนมไปให้เมิงแดกนั่นแหละ แทมินกำลังเดินเลือกขนมอยู่")

คำตอบของมันทำให้ผมอมยิ้มได้โดยไม่รู้ตัว น่ารักจังเลยนะเจ้าชายตัวน้อยของผม
บอกให้ซื้อขนมมาฝากก็แวะซื้อให้จริงๆด้วย แต่นี้มันไม่ใช่เวลาที่จะมาปลื้มอกปลื้มใจนะเว้ยคยูฮยอน

("ฮัลโหลๆคยูเว้ยยังอยู่หรือเปล่า")

"เอออยู่.....ไอ้คิบอมบอกว่า เมิงโทรหามัน"

("เออกูแอบแทมินโทร")

"เรื่องมันเป็นมายังไงวะ ไอ้นิชคุณไปโผล่ที่โรงพยาบาลกูได้ยังไง"

("นั่นแหละที่น่าแปลกใจ กูเจอไอ้คยูจงที่ช่องจ่ายยาด้วยนะเว้ย
พอกูเดินกลับไปหาแทมิน ก็เห็นนิชคุณมันนั่งคุยอย่างสนิทสนมกับแทมินอยู่")

"แล้วเมิงปล่อยให้น้องนั่งอยู่คนเดียวได้ไงห๊าไอ้ซีวอน"

("กูเห็นว่าแทมินยังเดินกระเพลกอยู่น่ะเซ่ เลยให้นั่งรอ แล้วใครจะคิดว่าจะมีศัตรูของเมิงในโรงพยาบาลของเมิงเอง")

"มันคุยอะไรกับแทมินบ้างเมิงรู้มั้ย"

("ก็เห็นมันให้แทมินวาดรูปที่เฝือกให้ สงสัยไปมีเรื่องกับใครมาจนแขนหักว่ะ")

"รูปอะไรวะ"

("กูเห็นเหมือนแทมินจะวาดรูปควายให้มัน") <---- ((แทมิน : กระทิงแดงตังหาก ทำไมใครๆถึงมองว่าเป็นควายกันหมดนะ -*-))

"ฮ่าๆๆ เออเหมาะกับมันดีนี่"

("นี่คงไปขวิดกะใครมาจนแขนหักว่ะถ้างั้น")

"เออเดี๋ยวกูจะบอกซองมินว่าเมิงด่าซองมินว่าไปขวิดกะนิชคุณจนแขนหัก"

("ฉิบหายแล้วอย่านะเว้ย เออกูถอนคำพูดก็ได้ แล้วนี่ซองมินไปทำอิ่ท่าไหนทำนิชคุณมันเจ็บขนาดนั้นวะ
แล้วนี่ไอ้เจ้าพ่อดองฮวามันไม่เอาคืนหรือไง")

"กูกำลังสงสัยอยู่ว่าเรื่องที่มันไปเจอแทมินจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้วว่ะ
และนี่ไม่รู้ว่าจะโยงเกี่ยวกับเรื่องที่ซองมินทำมันเจ็บตัวด้วยหรือเปล่า"

("อืม...กูก็รู้สึกว่ามันเข้ามาตีสนิทกะแทมินแบบแปลกๆ")

("พี่ซีวอนมัวทำอะไรอยู่รีบมาจ่ายตังค์ดิ่จะรีบกลับหอ")

เสียงเล็กๆที่ลอดผ่านเข้ามาในโทรศัพท์ทำให้ผมอมยิ้มโดยไม่รู้ตัว

("กูไปก่อนนะ เด็กนั่นติดเมิงฉิบหายเลย ห่างกันแค่วันเดียว เร่งจะกลับไปหาเมิงอยู่นั่นแหละ")

("เพ่ซีวอน มัวคุยกะใครอยู่ รีบกลับไม่ได้ยินหรอ")

'รีบกลับมาเร็วๆนะตัวเล็กพี่จะรอกินขนม' นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดแต่ไม่ได้พูดออกไป
เพราะไอ้ซีวอนดูจะกลัวแทมินเอามากๆรีบวางโทรศัพท์ไปเลย
หึ คบกับเจ้าพ่อก็ต้องติดนิสัยน่ากลัวๆไปบ้างเป็นธรรมดาแหละนะ นายทำให้ชั้นไม่ผิดหวังเลยแทมิน
.
.
.
.
.
ผมค่อยเบาใจขึ้นนิดนึงที่แทมินกับไอ้ซีวอนกำลังจะมุ่งหน้ากลับหอพักแล้ว
ทีนี้ก็เหลือเพียงเรื่องเดียว จะเอายังไงกับซองมินดี


"เป็นไงบ้างวะ" ไอ้คิบอมหันมาถามผม

"อื้อไม่มีอะไร ซีวอนกำลังจะพาแทมินกลับหอ"

"คยูฮยอนกูรบกวนอะไรเมิงหน่อยได้มั้ย
ช่วยพาซองมินไปส่งที่คอนโดแถวๆชานเมืองที่กูเคยพาเมิงไปนั่นน่ะให้กูที"

"อืมได้....แต่รถกูไอ้ซีวอนเอาไปนะ"

"เออเอารถกูไปก็ได้"

"แล้วคิบอมไม่ไปส่งชั้นหรอ" ซองมินถามด้วยน้ำเสียงติดจะเศร้าๆ

"ชั้นคงไปไม่ได้หรอกซองมิน นายก็รู้จักนิสัยทงเฮดี"

""((.  .) /('   ') ((.  .)) /('   ')" ซองมินพยักหน้ารับหงอยๆ

        ผมเข้าใจซองมินดีว่าจะต้องเจ็บปวดมากแค่ไหนที่รักคนที่เค้าไม่รักเรา
แต่เรื่องของความรักมันบังคับใจกันไม่ได้นี่นา ผมยังไม่สามารถบังคับใจซองมินให้มารักผมได้เลย
นับประสาอะไรจะไปบังคับใจคนอื่นให้หันมารักซองมินได้ ทำได้แค่เพียงตัดใจและทำใจไม่ให้รักเท่านั้น
และตอนนี้ก็เหมือนว่ามีใครคนนึงจะสามารถฉุดใจผมขึ้นมาได้สำเร็จแล้ว
เพราะอย่างน้อยผมก็ไม่รู้สึกเจ็บที่หน้าอกอีกแล้วเวลาเห็นสายตาของซองมินที่มองคิบอม


        เมื่อรับปากไอ้คิบอมว่าจะพาซองมินไปส่งที่คอนโดของมันแล้ว ผมก็รีบออกมาทันที
เพราะใจอยากจะกลับมากินข้าวเย็นและนั่งกินขนมไปด้วย ดูการ์ตูนเชลล์ดอนไปด้วยกันกับแทมิน
แค่คิดถึงเจ้าตัวเล็กก็ทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้นอย่างน่าประหลาดเลยทีเดียว
.
.
.
.
.

        แต่แล้วอะไรๆก็ไม่เป็นไปอย่างที่ผมคิดซะแล้ว หลังออกจากหอพักมาได้ซักระยะ
ผมก็รู้สึกว่าตัวเองถูกตามประกบ มองจากกระจกมองหลังแล้วพวกมันไม่ได้แอบสะกดรอยตามเลย
แต่เจ้าพวกนี้มันขับตามเหมือนจะให้ผมรู้ว่าพวกมันตามเพราะขบวนแห่ด้วยรถมอเตอร์ไซด์นับ 10
รถยนต์สปอร์ตอีก 3 มองยังไงก็ไม่ใช่การสะกดรอยตามแน่ๆ มันเหมือนการท้าทายซะมากกว่า
เออได้เลย!ถ้าพวกเมิงอยากลองดีก็เอา ผมเหยียบคันเร่งหนี เจ้าพวกนั้นก็เริ่มเร่งตาม
เราขับไล่กันไปไล่กันมา มันไม่ได้ปาดหน้าปาดหลังหรือพยายามให้รถผมเสียหลัก
แต่เหมือนเจ้าพวกนี้มันมากวนตรีนผมซะมากกว่า

        สุดท้ายด้วยความรำคาญเพราะยังไงผมก็สะบัดพวกมันไม่หลุดซักที
นั่นเพราะมันมีทั้งมอเตอร์ไซด์ที่แต่งเอาไว้เพื่อเข้าสู่สนามประลองความเร็วโดยเฉพาะ
และรถสปอร์ตความเร็วสูง ที่คงไปอัพเครื่องมาเพื่อเพิ่มอัตราเร่งมาให้เจ้าของผู้ชอบความเร็วโดยเฉพาะเช่นกัน
แตกต่างจากรถไอ้คิบอมที่ซื้อมาเพราะดีไซน์และเพื่อเสริมความเท่ห์ของผู้ขับอย่างเดียวเท่านั้น


"ฮัลโหล ชั้นเอง คยูฮยอน นายช่วยส่งคนมาแถวๆทางด่วนโซเฮียนหน่อย
มีไอ้พวกแมลงวี่มันตามประกบรถชั้นไม่ปล่อยเลย"


        ผมโทรตาม 'กำลังเสริม' ไม่ถึง 10 นาทีลูกน้องของตาผมก็มามากกว่าไอ้พวกนั้น 3 เท่าตัว
ผมไม่ใช่พระเอกหนังในเรื่อง "ส่งเจ้าพ่อไปเรียนหนังสือ" หรอกนะครับอย่าเข้าใจผิด
จริงๆแล้วผมเป็นทายาทเจ้าของโรงพยาบาลซึ่งคุณปู่ผมเป็นผู้ก่อตั้ง
คุณปู่ผมน่ะชอบทำอะไรที่เป็นงานเพื่อสังคมอย่างสร้างโรงพยาบาล
และสร้างโรงเรียนยอนแซนที่พวกเราศึกษาอยู่ก็เป็นของปู่ของผมเนี่ยล่ะ
แต่บังเอิญที่คุณตาของผมเป็นมาเฟียผู้มีอิทธิพลใหญ่ทั้งในเกาหลี ญี่ปุ่นและจีน
ตรงกันข้ามกับปู่ของผมโดยสิ้นเชิง อะไรที่เป็นเงินเป็นทองเป็นธุรกิจทำเงินคุณตาผมท่านทำหมด
ยกเว้นเรื่องผิกฏหมายเพราะคุณตาบอกว่าเดี๋ยวไม่ได้ใช้เงินที่หามาได้
พอผมเข้ามาเรียนที่ยอนแซนกิติศัพท์ของคุณตา+กับการเป็นหลานของผู้ก่อตั้งโรงเรียน
จึงทำให้ทุกคนตั้งฉายา 'เจ้าพ่อ' ให้กับผม


        และเมื่อมีเจ้าพ่อของโรงเรียนยอนแซน  ไอ้พวกดองฮวาจึงเฟ้นหาคู่แข่งที่สูสีมาเทียบรัศมีแข่งกับผม
นั่นคือเด็กหนุ่มผู้มีฝีมือแม่ไม้มวยไทยเป็นอาวุธ และเคยชกชนะผม
เมื่อครั้งถูกจับเปรียบมวยตอนเรียนอยู่ที่ค่ายมวยในเมืองไทย
เมื่อนิชคุณย้ายเข้ามาเรียนที่ดองฮวา เรื่องที่มันเคยชนะผมแค่ครั้งเดียว เพราะมันเจนเวทีมากกว่าผม
อีกทั้งยังเรียนมวยไทยมาตั้งแต่เด็กๆ ส่วนผมเพิ่งหัดได้เพียงแค่ 3 เดือน
แถมมันยังชนะด้วยคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์อีกตังหาก
แต่นั่นก็กลายเป็นเรื่องที่พวกดองฮวามักจะหยิบมาพูดเสมอ
สุดท้ายนิชคุณจึงถูกยกย่องให้เป็นเจ้าพ่อแห่งดองฮวาเพื่อข่มขวัญพวกเรายอนแซน
ทั้งๆที่หลังจากที่ผมเคยแพ้มันครั้งนั้นแล้วเรายังไม่เคยขึ้นเวทีประลองหมัดกันอีกเลย


        ใช้เวลาแค่เพียงไม่นานเมื่อกำลังเสริมของผมมา ด้วยความช่วยเหลือของลูกน้องคุณตา
ผมก็สะลัดเจ้าพวกนั้นพ้น ก็แน่ล่ะนักเลงมืออาชีพที่เตรียมรถเตรียมตัวมาพร้อม
มันย่อมมีฝีมือห่างชั้นกับพวกนักเรียนอันธพาลอยู่แล้ว
และนั่นก็ทำให้ผมมาส่งซองมินถึงคอนโดของไอ้คิบอมอย่างปลอดภัย


"นายอยู่เป็นเพื่อนชั้นกินข้าวก่อนได้มั้ยคยูฮยอน ชั้นไม่อยากกินข้าวคนเดียว"


        เมื่อผมมองดูนาฬิกาและประเมินเวลาที่จะกลับถึงหอพักแล้ว
ยังไงก็คงกลับไปกินข้าวกับแทมินไม่ทันอยู่แล้วล่ะ
และอีกใจนึงผมก็สงสารซองมินด้วย ที่ต้องมาเจอกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้อยู่เสมอ
ผมเห็นเมื่อกี๊ที่นั่งอยู่บนรถตอนผมเร่งหนีเจ้าพวกนั้น
ซองมินเอามือจิกเบาะรถไว้แน่น เป็นใครก็คงจะกลัวที่ต้องมานั่งรถที่ขับด้วยความเร็วสูงและน่าหวาดเสียวแบบนั้น


"เดี๋ยวชั้นโทรลงไปสั่งข้าวร้านข้างล่างให้แล้วกัน"


ผมบอกซองมินไปแบบนั้น แต่เมื่อจะกดใช้โทรศัพท์ห้องปรากฏว่าโทรศัพท์ห้องของไอ้คิบอมเสีย
ก็เลยใช้มือถือที่ไอ้คิบอมให้มาโทรเพื่อสั่งอาหาร และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้กดโทรออก
เพราะแบตมือถือของไอ้คิบอมหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ
แต่ผมคิดว่านั่นคงไม่เป็นปัญหาสักเท่าไหร่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยให้คนเอาโทรศัพท์มาให้ซองมินเผื่อใช้ฉุกเฉินแล้วกัน
และคิดว่ากินข้าวเป็นเพื่อนซองมินเสร็จผมคงตรงดิ่งกลับหอพักเลย คงไม่ต้องใช้มันอีก


"ก๊อก ก๊อก ก๊อก"

"สงสัยว่าเค้ามาส่งข้าวแล้ว"

ผมเดินออกไปเปิดประตูและแทนที่จะเป็นพนักงานส่งอาหาร
แต่แล้วคนที่มาเคาะห้องกลับเป็นคนที่เราพยายามกระเสือกกระสนหนีมาที่นี่ 'ไอ้นิชคุณ'


"ไง คยูฮยอนได้ข่าวว่านายพานักเรียนโรงเรียนของชั้นมาซุกไว้ที่นี่งั้นหรอ ยังไงชั้นขอตัวนักเรียนโรงเรียนชั้นคืนก็แล้วกัน"


นิชคุณพูดด้วยริมฝีปากติดรอยยิ้มแต่ถ้ามองลึกลงไปจะเห็นว่ามันยิ้มเพียงแค่ปาก
ดวงตาที่มีขนตาเป็นแพหนาเสริมให้วงหน้าดูหวานนั้นปรายตามองไปยังมุมห้องที่ซองมินแอบอยู่
ถ้ามองให้ลึกลงไปในแววตาของนิชคุณจะเห็นว่ามีความจริงจังมุ่งมั่นไม่ยอมใครสะท้อนอยู่ในนั้น


"ซองมินเป็นเพื่อนของชั้น ถ้านายจะพาไปก็ข้ามศพชั้นไปก่อนแล้วกัน"

"อย่าให้ต้องมีการข้ามศพใครเหมือนเมื่อ 2 ปีก่อนอีกเลยน่าคยูฮยอน มันไม่คุ้มกันหรอก ส่งซองมินมาเถอะ"


สิ่งที่มันพูดกระทบใจผมอย่างแรง ผมต้องข่มอารมณ์เต็มที่
เพราะการชกกับคนแขนหักพันเฝือกอยู่ข้างนึงมันดูไม่สมศักดิ์ศรีเท่าไหร่
แต่เมื่อไอ้นิชคุณมันเห็นผมปรายตามองที่เฝือกมัน มันก็พ่นคำพูดกวนอารมณ์ผมขึ้นมาอีก


"เป็นไงลายบนเฝือกชั้นสวยมั้ย น้องชายของแทฮวานเขียนให้ชั้นเองกับมือเลยนะ"

"รูปควายมันก็เหมาะกับนายดี" <---- ((แทมิน : บอกว่ากระทิงแดง!!!))

"จะรูปอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามือน้อยๆของแทมินวาดให้ ชั้นก็ชอบมันทั้งนั้นแหละ"

        มันยังยั่วอารมณ์ผมไม่เลิกสิน่า แบบนี้ต่อยไอ้คนแขนหักให้ปากแตกด้วยซักหมัด
คงไม่ทำให้ศักดิ์ศรีลดลงไปเท่าไหร่หรอกมั้ง ผมเข้าไปกระชากคอเสื้อง้างหมัดจะชกหน้าไอ้เจ้าพ่อแห่งดองฮวา
แต่แล้วก็มีคนมาขวางเข้าซะก่อน คนๆนั้นคือมือขวาของนิชคุณ 'ไอ้คยูจงนั่นเอง'

"จุ๊...จุ๊....จุ๊....อ่าเพิ่งเดือดน่าคยูฮยอน วู่วามไม่เปลี่ยนเลยนะนายเนี่ย ถ้านายไม่อยากส่งซองมินออกมาก็ไม่เป็นไร
เกิดอะไรขึ้นอย่าหาว่าชั้นไม่เตือนแล้วกัน"

พูดจบนิชคุณมันก็ถีบผมจนเด้งเข้าไปในห้องและล็อคประตูขังเราไว้ข้างในโดยที่ผมยังไม่ทันตั้งตัว

"นึกหรอว่าประตูบานแค่นี้จะขังชั้นได้น่ะ" ผมตะโกนบอกออกไป

"ประตูน่ะขวางนายไม่ได้หรอกคยูฮยอน แต่คนของชั้นคงพร้อมจะขวางนายไว้ทุกเมื่อที่นายพังประตูออกมา"

ผมส่องดูที่ช่องตาแมวของประตูเห็นพวกฝีมือระดับพระกาฬของดองฮวายกมากันหมด
เมื่อเดินไปที่ระเบียงก็เห็นคนของนิชคุณกระจายกันอยู่เต็มพื้นที่ด้านล่างของคอนโด


"คืนนี้เราคงออกไปไหนไม่ได้แล้วล่ะซองมิน คงต้องรอจนเช้ากว่าที่แม่บ้านจะเข้ามาทำความสะอาดนั่นล่ะ
เพราะไอ้คิบอมจ้างแม่บ้านให้มาทำความสะอาดทุกวัน
ถึงเวลานั้นแม่บ้านคงโทรไปบอกไอ้คิบอมแล้วมันคงจะมาช่วยเราออกไป"

ที่ผมรู้เกี่ยวกับห้องของคิบอมดี เพราะที่นี่เป็นที่ซ่องสุมเอาไว้แอบกินเหล้าของพวกเรา
ถ้าลำพังเพียงแค่ผมคนเดียวคงพอจะเอาตัวรอดออกไปจากคอนโดนี้ได้
แต่ในเมื่อมีซองมินอยู่ด้วย ผมไม่มั่นใจว่าตัวเองจะพาซองมินไปรอดมั้ย
เพราะงั้นอยู่รอจนกว่าจะเช้าเป็นทางที่ดีที่สุด เพราะอย่างน้อยถ้าหากผมไม่กลับไปไอ้คิบอมก็คงออกมาตามแน่นอน

"ซองมินเข้าไปนอนในห้องเถอะเดี๋ยวชั้นนอนที่โซฟานี่เอง"

ผมบอกซองมินไปแบบนั้น คืนนี้นอกจากผมที่นอนไม่หลับ
คนตัวเล็กที่นอนบนเตียงนุ่นๆอยู่ที่หอพักของผมก็คงนอนไม่หลับเช่นกัน หวังว่าคงจะไม่น้อยใจจนไม่ให้อภัยผมเลยนะ
.
.
.
.
.
.
.

        แสงสว่างของเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้อง ผมรีบลุกขึ้นไปส่องที่ช่องตาแมวประตูอีกครั้ง
ไร้วี่แววของไอ้พวกเด็กดองฮวาเลยซักคน พอหันหลังกลับวิ่งไปดูที่ระเบียงก็ไม่มีนักเรียนของดองฮวาอยู่เลยเช่นกัน
เสียงก๊อกแก๊กดังมาจากที่หน้าประตูห้อง ทำเอาผมตัวเกร็งพร้อมที่บู้ตั้งแต่เริ่มแรกของวัน
แต่นั่นกลับเป็นแม่บ้านที่ไขประตูเข้า


"เอ่อ ขอประทานโทษค่ะ อิชั้นไม่ทราบว่าเพื่อนของคุณชายมาพัก"

"ไม่เป็นไรครับป้า ว่าแต่ตอนป้าเข้ามา ป้าเห็นใครแถวๆหน้าห้องหรือข้างล่างคอนโดบ้างมั้ยครับ"

"ไม่เห็นนี่คะ อิชั้นเข้ามาก็เห็นแต่คนที่พักอยู่คอนโดนี้เท่านั้นไม่เห็นคนแปลกหน้าเลยซักคน"

        น่าแปลก ไอ้นิชคุณไม่น่าจะถอยกลับไปง่ายๆนี่นา หรือว่ามันก็กลัวไอ้คิบอมจะพาพวกมาเหมือนกัน
แต่ถึงยังไงก็เหอะผมต้องรีบไปปลุกซองมิน และพาซองมินไปส่งที่ๆปลอดภัยที่สุดก่อน
ที่นั่นก็คงหนีไม่พ้นบ้านท่านเจ้าพ่อใหญ่ คุณตาของผมนั่นเอง
.
.
.
.
.
.
        หลังจากไปส่งซองมินที่บ้านคุณตาเสร็จ บอกท่านเพียงแค่ว่าฝากเพื่อนให้มาพักชั่วคราว
เพราะเพื่อนมีปัญหากับรูมเมทจึงออกมาและยังหาที่อยู่ใหม่ไม่ได้
คุณตาท่านรักผมมากจึงไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรผมนัก
สุดท้ายกว่าจะออกมาจากบ้านคุณตาและกลับมาที่หอพักก็เป็นเวลาเกือบๆเที่ยงวัน


"กลับมาแล้วหรอวะคยู"

ไอ้ซีวอนที่ยืนคุยกับพี่ฮยอนจุงอยู่หน้าหอพักหันมาเห็นผมเข้าพอดี จึงเอ่ยทักเหมือนมันเป็นคนญี่ปุ่นกล่าวต้อนรับกลับบ้าน

"ไม่ได้กลับหรอกมั้งที่เมิงเห็นเนี่ยพ่อกูไม่ใช่กู"

ผมกวนมันกลับไป ปกติไอ้ซีวอนจะต้องด่าหรือต่อปากต่อคำกับผมกลับมา
แต่แปลกที่วันนี้มันมีสีหน้าเคร่งเครียดและหันไปพยักเพยิดเหมือนเกี่ยงให้พี่ฮยอนจุงให้เป็นคนคุยกับผมแทน


"เกิดเรื่องกับแทมินน่ะคยูฮยอน"

"ว่าไงนะครับพี่ แทมินเป็นอะไร"

"ใจเย็นๆไว้นะคยูฮยอน คือเมื่อเช้าแทมินไม่ได้เข้าเรียน
เจ้าพวกมินโฮ จงฮยอน คีย์ อนยูมันแห่กันมาบอกซีวอนว่า พวกมันคิดว่าแทมินไม่สบายจึงกลับไปดูที่หอ
แต่ระหว่างทางเจ้าพวกนั้นเจอกระเป๋านักเรียนของแทมินตกอยู่
แต่พวกเราหากันจนทั่วแล้วก็ยังไม่เจอตัวแทมิน นี่ชั้นกะซีวอนก็กลับมาดูที่หออีกครั้งเผื่อว่าจะเจอเบาะแสอะไรบ้าง
ส่วนคนอื่นๆก็กระจายกันตามหาแทมินกันอยู่"

พอพี่ฮยอนจุงเล่าจบผมก็คิดปะติดปะต่อเรื่องได้ทันที

"ต้องเป็นไอ้นิชคุณแน่ๆครับพี่ ต้องเป็นแผนของมันแน่ๆ
เมื่อคืนมันพยายามให้คนถ่วงเวลาตอนผมขับรถพาซองมินไปส่งที่คอนโดไอ้คิบอม
เพื่อมันจะพาพรรคพวกอีกส่วนนึงไปล้อมคอนโดไอ้คิบอมไว้
พอผมไปถึงที่นั่น  มันก็เข้ามาทำท่าเหมือนจะให้ผมส่งตัวซองมินให้มัน
แต่แล้วกลับล็อคประตูขังผมอยู่ในห้องกับซองมินโดยมีคนของมันมาล้อมไว้ทั้งคืน รุ่งเช้ามันก็มาเอาตัวแทมินไป"

"แล้วซองมินมาเกี่ยวอะไรด้วย ทำไมนายถึงต้องไปกับซองมิน" พี่ฮยอนจุงเอ่ยถามผมอีกครั้ง

"เอ่อ...คือเกิดอุบัติเหตุขึ้นนิดหน่อยซองมินเผลอไปทำนิชคุณแขนหักน่ะครับ"

พี่ฮยอนจุงหรี่ตาเหมือนว่าไม่เชื่อสิ่งที่ผมบอกมานั่น
แต่ผมคงไม่กล้าเล่าเรื่องที่ซองมินโดนไอ้คยูจงลวนลามนั่นหรอก เพราะจริงๆแล้วก่อนที่คยูจงจะย้ายไปญี่ปุ่น
คยูจงเป็นเพื่อนในวัยเด็กของพี่ฮยอนจุง
คราวแรกที่คยูจงย้ายกลับมาเรียนที่เกาหลีอีกครั้ง พี่ฮยอนจุงเคยแอบไปหาคยูจงถึงโรงเรียนดองฮวา
แต่พี่ฮยอนจุงต้องกลับมาด้วยความผิดหวัง และใครๆต่างรู้ว่าอย่าเอ่ยถึงคยูจงให้พี่ฮยอนจุงได้ยินอีก
เพราะหน้าสวยๆของพี่แกเวลาเปลี่ยนมาเป็นดุดันก็น่ากลัวใช่เล่นเช่นกัน


"เดี๋ยวกูลองโทรถามทงเฮก่อนแล้วกันเผื่อจะมีใครเจอแทมินแล้ว "

ว่าแล้วไอ้ซีวอนก็หยิบโทรศัพท์ออกมากดเบอร์โทรหาทงเฮ

"อือมันกลับมาแล้ว อืออยู่ห้องชมรมกันใช่มั้ย เดี๋ยวพวกชั้นจะรีบไป"

ไอ้ซีวอนโทรคุยกะทงเฮเสร็จก็บอกให้พวกเราไปที่ห้องชมรมดนตรีเพราะทุกคนรวมตัวกันอยู่ที่นั่น
.
.
.
.
.
.
.
"นี่ก็จะค่ำแล้วนะ ลูกน้องคุณตาของนายยังหาตัวไอ้พวกนิชคุณไม่เจออีกหรอคยูฮยอน"

        ไม่ใช่เพียงแค่ทงเฮหรอกครับที่ร้อนใจผมก็ร้อนใจไม่แพ้กัน  ตอนนี้เราทุกคนกลับมาตั้งหลักอยู่ที่หอพักกันหมดแล้ว
ตอนแรกจะยกพวกไปบุกโรงเรียนดองฮวาให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ไอ้คิบอมคิดว่าไร้ประโยชน์
เพราะถ้าพวกมันอยากจะเผชิญหน้าจริง คนอย่างไอ้นิชคุณมันคงส่งหมายท้ารบมาแล้ว
แต่นี่มันเหมือนนิชคุณจะท้าทายทำนองว่า ถ้าไม่ส่งตัวซองมินมาแลกมันก็จะไม่คืนแทมินกลับมา
นั่นยิ่งทำให้ผมแทบบ้า พวกเราทำอะไรไม่ได้เลยทำได้เพียงรอให้มันติดต่อมาเท่านั้น
เพราะแทมินอยู่ในกำมือของมัน

"มีเด็กของเราโทรมารายงานว่าเห็นรถไอ้นิชคุณเลี้ยวมาทางหอเรา"

พอสิ้นเสียงไอ้ซีวอนผมก็พุ่งตัวออกไปยังหน้าหอพักทันที ตามด้วยทุกคนต่างก็โผตามผมมา
.
.
.
.
.
.
        ด้วยความเดือดเนื้อร้อนใจ เป็นทุกข์คิดในแง่ร้ายมาตลอดทั้งวัน
ทำให้ผมไม่ยั้งตัวเองไว้จับแทมินลากออกมาจากในรถทั้งๆที่รถยังไม่จอดสนิท
ตอนแรกอยากจะกอดคนตัวเล็กไว้แนบอกบอกให้รู้ว่าเป็นห่วงสักแค่ไหน
แต่ด้วยอารมณ์รุนแรงที่ปะทุอยู่ในอกจึงไม่กล้ารั้งร่างบางไว้ เพราะกลัวจะทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บตัว


"แทมินไม่เป็นไรหรอกน่า มดไม่ได้ไต่ ไรไม่ได้ตอม ชั้นรับรอง"

คำรับรองของมันเกือบดูน่าเชื่อถือ ถ้าผมไม่สังเกตเห็นสายตาวิบวับที่มันจ้องมองแทมิน
นั่นทำให้ผมรั้งตัวเองไม่อยู่อีกต่อไป

"เฮ้ยใจเย็นเว้ยคยู"

แต่ไอ้คิบอมเหมือนจะรู้สิ่งที่อยู่ภายในใจของผมมันรั้งผมไว้ไม่ปล่อย
เพราะมันรู้ว่าถ้าไอ้เจ้าพ่อแห่งดองฮวากล้าบุกมาถึงรังยอนแซน
นั่นหมายความว่าฝ่ายนั้นย่อมมั่นใจว่าตัวเองไม่มีทางเพลี่ยงพล้ำแน่ๆ

"อย่ามายุ่งกะคนของชั้น"   ผมกัดฟันบอกมันไป

"ถ้าคนของนายอยากไปกะชั้นเองนายคงไม่ว่าหรอกใช่มั้ยคยูฮยอน"  มันยังยั่วโทสะผมไม่หยุด

"นายกลับไปก่อนเถอะไปนิชคุณ ก่อนที่ชั้นจะฉุดไอ้คยูมันไว้ไม่อยู่ อย่าให้ต้องมีเรื่องทั้งๆที่นายยังแขนเจ็บแบบนี้เลย"

คนใจเย็นอย่างไอ้คิบอมรีบยับยั้งก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายแย่ไปกว่านี้

"พี่กลับก่อนนะแทมิน แล้วเดี๋ยวว่างๆเราไปเที่ยวกันอีกนะ เดี๋ยวพี่จะพานายไปกินขนมอย่างที่สัญญาไว้"

"ฮ....ฮะ"  

เสียงตอบรับเพียงแผ่วเบาของคนตัวเล็กเหมือนน้ำกรดกัดกร่อนใจผม
ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาคับอกจนไม่สามารถทนอยู่ตรงนั้นได้อีกต่อไป
สุดท้ายจึงต้องขึ้นมาระงับอกระงับตัวเองบนห้อง
.
.
.
.
.
.
นานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ในความคิดของผมกว่าจะได้ยินเสียงเปิดประตูห้องเข้ามาของคนตัวเล็ก
พร้อมร่างน้อยๆเดินตัวลีบเข้ามา ว่าจะไม่คุยด้วยแล้วเชียวแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม


"ทำไมถึงโดดเรียน"

"หกล้มไม้ค้ำหัก" ใจน่ะเป็นห่วงว่าเจ็บตรงไหนบ้างหรืเปล่า แต่ปากกลับพูดออกไปว่า

"แล้วทำไมไม่โทรหาพี่"

"โทรศัพท์พี่มันอยู่ที่ตัวพี่หรือเปล่า" น้ำเสียงแทมินดูจะติดน้อยๆใจอยู่ ผมจึงพูดต่อ

"โทรหาเพื่อนนายก็ได้ โทรหาพี่ๆในโรงเรียนคนอื่นก็ได้ ทำไมไม่โทร"

"ก็กระเป๋ามันกระเด็นไปไกลตัว ไม้ค้ำก็หัก แล้วพี่คุณก็มาเจอเข้าพอดี"

อะไรมันจะพอดิบพอดีขนาดนั้น แทมินหนอแทมินไม่ทันเล่ห์มนุษย์สองหน้าอย่างนิชคุณเลย

"ก็เพราะไอ้กระเป๋านักเรียนที่นายทำหล่นไว้นั่นแหละ ทำเอาเค้าวุ่นไปทั้งโรงเรียนนายรู้มั้ย ทำอะไรไม่รู้จักคิด"

"เออ ก็ผมมันโง่ไม่รู้จักคิด ไม่ดีซักอย่าง ใครจะไปเหมือนคนดีของพี่เล่า"

ผมไม่ชอบให้แทมินดูถูกตัวเองแบบนั้น และยิ่งไม่ชอบที่แทมินตะโกนใส่หน้าผมปาวๆแบบนี้
ทั้งๆที่ผมเป็นห่วงเค้าแทบขาดใจ

"อย่ามาเบี่ยงเบนประเด็นนะลี แทมิน นายผิดไม่รู้จักสำนึกผิดแล้วยังจะมาเถียงพี่แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน"

"โทษ!!!!"  

นั่นคือคำขอโทษที่ผมได้รับจากคนที่ผมเฝ้าห่วงใย
เจ้าตัวจะรู้บ้างไหมว่าผมแทบเป็นบ้าไปแล้วกี่ครั้ง เมื่อคิดว่าเจ้าตัวเล็กจะตกอยู่ในอันตราย

"ปล่อยนะพี่คยู ผมจะไปนอนแล้วเหนื่อย"

"ไปทำอะไรกับมันมาถึงได้เหนื่อยนักเหนื่อยหนาห๊าแทมิน มาอยู่โซลได้ไม่เท่าไหร่กลายเป็นเด็กใจแตกแล้วรึไง ไม่คิดถึงพ่อแม่ที่ไว้ใจให้นายมาเรียนไกลหูไกลตา ไม่หัดคิดถึงพี่ชายนายบ้างรึไงว่าเค้าจะรู้สึกยังไงที่น้องชายตัวเองทำตัว เหลวแหลกแบบนี้"

"เพี๊ยะ!!! ปากหม.....

ทนไม่ไหวแล้วนะโว้ย ผมจูบปิดปากของเด็กปากเสียทันที เออก็รู้นะว่าตัวเองด่าแรงไป
แต่เจ้าตัวก็ตอกกลับมารุนแรงไม่แพ้กันไม่ใช่หรอ
ก็ความโมโหมันทำให้ผมพลั้งปากนี่นา แรงสะเทือนจากฝ่ามือน้อยๆ รอยแดงที่ข้างแก้มผม
ไม่เจ็บเท่าผมเพิ่งรู้ตัวเมื่อได้สัมผัสหยดน้ำจากริมสองแก้มนั่น
ผมหยุดการกระทำจากการขาดสติของตัวเองทันที นี่ผมทำอะไรลงไปกับเจ้าชายตัวเล็กของผมกันนะ
ผมคว้าตัวเจ้าตัวเล็กของผมมาแนบอก  

"พี่ขอโทษนะแทมิน พี่ขอโทษ"

"ผมเกลียดพี่ ได้ยินมั้ยว่าผมเกลียดพี่"

แค่คำๆนั้นที่หลุดออกมาจากปากบางทำเอาเรี่ยวแรงที่ผมเคยมีหายไปไหนหมดก็ไม่รู้
แค่คนตัวเล็กผลักผมเบาๆผมก็ปราศจากเรี่ยวแรงจะรั้งเจ้าตัวไว้อีก แทมิน นายเกลียดพี่คนนี้แล้วจริงๆใช่มั้ย
คำว่าเกลียดคำเดียว มันส่งผลสะท้านสะเทือนมหาศาลเหมือนคลื่นยักษ์ที่เค้ามากระแทกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใจของผมชาหนึบ ไม่รู้ว่าน้ำที่ไหลมาเปื้อนแก้มตัวเองมาจากแหล่งไหน มันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
เจ็บแบบที่ไม่เคยเจ็บมาก่อน มันปวดยิ่งกว่าครั้งที่ซองมินบอกว่ารักคิบอมหลายร้อยเท่า
แล้วผมจะทำยังไงให้เจ้าตัวเล็กของผมกลับมารักผมเหมือนเดิมดี ว่าแต่แทมินก็ไม่เคยบอกว่ารักนี่นะ
ช่างเถอะ เพราะถึงยังไงผมก็ไม่มีทางยกแทมินให้ใครเด็ดขาด ผมจะทำให้แทมินพูดคำว่า รักผมให้จงได้
.
.
.
.
.
กว่าจะฝืนตาหลับได้ก็เกือบจะรุ่งเช้า เสียงนาฬิกาปลุกหัวเตียงส่งเสียงดังสนั่น
ผมต้องตื่นมาทำอาหารให้คนตัวน้อยจึงฝืนตื่นลืมตาขึ้นมาอาบน้ำแปรงฟัน
อาหารเช้าที่พอทำได้ก็มีเพียงไส้กรอก ไข่ดาว ขนมปังปิ้งและนมอีกแก้วเท่านั้น

"แทมินตื่นหรือยังคนดี พี่เตรียมอาหารเสร็จแล้วนะ"

"..........."

เงียบไม่เสียงตอบรับแฮะ สงสัยจะยังไม่ตื่น อย่างนี้ต้องเข้าไปมอร์นิ่งคิส จูบรับอรุณซักที

"งั้นพี่เข้าไปละนะ"

เอ่ยเสียงนำก่อนที่จะเปิดประตูตามเข้าไป แต่ต้องผิดหวังเมื่อไม่มีตัว คนที่ตามหาอยู่บนเตียง
ใจผมวูบไหวขึ้นมาอีกครั้งบทสนทนาเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหูอีกครา

'พี่กลับก่อนนะแทมิน แล้วเดี๋ยวว่างๆเราไปเที่ยวกันอีกนะ เดี๋ยวพี่จะพานายไปกินขนมอย่างที่สัญญาไว้'

'ฮ....ฮะ'

หรือว่าแทมินจะไปตามที่สัญญากันไว้กับเจ้านั่นกันนะ ผมรีบวิ่งไปคว้าโทรศัพท์กดเบอร์ที่คุ้นเคย รอสายด้วยใจระทึก

"ฮัลโหล" ได้ยินเสียงตอบกลับทำเอาผมโล่งใจไปได้เยอะ

"นายอยู่ไหนแทมิน"

"อยู่โรงเรียน"  แทมินตอบออกมารอบนี้ ภูเขาที่ทับอกผมไว้ก็เหมือนโดนมือยักษ์มายกออกไปทันที

"ทำไมไม่รอชั้น"

"............" ไม่มีเสียงตอบกลับมา

"ฮัลโหลแทมิน ยังอยู่มั้ย ฮัลโหล ตื๊ดๆๆๆๆ"  

สายตัดไปแล้วนั่นทำให้ภูเขาลูกเดิมหล่นตุ๊บเหมือนมือยักษ์คู่เดิมปล่อยภูเขาลูกนั้นล่วงกระแทกสู่ใจผมอีกครั้ง
ผมอยู่ต่อไม่ได้อีกแล้วคว้ากระเป๋าวิ่งสุดฝีเท้าจุดหมายของเส้นชัยคือชั้นเรียนของแทมิน
.
.
.
.
.
        แต่แล้วคนที่มีอิทธิพลต่อใจของผมไม่ว่าจะบีบจะคลายก็ตายอยู่ดี
กลับหนีมานอนซบโต๊ะหลับสบายอยู่ในห้องเรียนของตัวเอง
ผมนั่งมองเจ้าตัวเล็กของผมหลับไม่รู้จักเบื่อ ศรีษะเล็กๆที่ซุกซบลงกระโต๊ะนั่นทำให้ผมอดใจไม่อยู่
จึงใช้มือลูบแค่เพียงแผ่วเบา แต่เพราะผมเส้นนุ่มๆที่ปกคุลมศรีษะเล็กๆนั่น
มันเหมือนสัมผัสตุ๊กตาหมีขนฟูจนอดใจเลิกสัมผัสมันไม่ได้ซักที
       
        เพื่อนร่วมชั้นของแทมินเริ่มทยอยกันมาถึงโรงเรียนแล้ว แต่ไม่มีใครซักคนกล้าเข้ามาในชั้นเรียน
((ก็แกใช้สายตาเหมือนถ้าใครก้าวข้ามประตูเข้ามาจะฆ่าให้ตายไม่ใช่หรอคยู))
จนเสียงกริ่งเข้าเรียนดังแล้วเจ้าตัวเล็กของผมยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นซักที คนอะไรจะหลับลึกได้ขนาดนี้กันนะ
แล้วแบบนี้จะให้ปล่อยไปให้ห่างสายตาได้ยังไง ทั้งน่ารักน่าใคร่ขนาดนี้ บางครั้งก็ทำให้ยิ้มจนปากจะฉีก
บางครั้งก็ทำให้ปวดหัวแทบจะบ้า บางคราก็ทำให้ใจเต้นกระหน่ำจนเหมือนจะหลุดออกจากขั้วเมื่อได้จุมพิศปากบางๆนั่น
บางทีก็ทำให้ใจเหมือนจะหายออกจากอกเมื่อตัวน้อยเพียงเอ่ยว่า 'ไม่รัก'

        เกือบจะหมดคาบแรกแล้วในที่สุดเจ้าชายนิทราตัวเล็กๆของผมก็ขยับตัวมีทีท่าว่าจะตื่นซักที
บัดนี้ทั้งอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นทุกคนออกันอยู่เต็มประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลังห้อง
ตัวเล็กทำท่างัวเงียได้น่ารักที่สุดในโลกอีกแล้ว
ดูสิมองขวามองซ้ายแล้วหันไปมองขวาก่อนระลึกขึ้นได้ว่าทางฝั่งซ้ายมีผมนั่งประกบอยู่ข้างๆ


"O[]O” ว๊ากกกกกกกกกกกกก พี่...พี่...พี่คยูฮยอนพี่มาอยู่นี่ได้ไงอ่ะ"


ฮ่าๆๆๆคนอะไรแม้หน้าตาตอนตกใจยังน่ารักขนาดนี้ นี่ผมชมว่าแทมินน่ารักไปกี่รอบแล้วนะ
พอเจ้าตัวเล็กหันไปเห็นอาจารย์และเพื่อนยืนรอ เพื่อจะเข้าห้องเรียนแต่เข้าไม่ได้เพราะผมนั่งอยู่เท่านั้นแหละ
ทำเอาอารมณ์เสียขึ้นมาทันที

"เพ่คยูออกไปได้แล้ว ผมจะเรียนหนังสือ"

ผมว่าแล้ว ว่าเจ้าตัวเล็กต้องติดนิสัยของผมไปแน่ๆ
ดูสิสายตาและน้ำเสียงต่ำๆเหมือนจะฆ่าคนแบบนี้ถอดแบบผมมาชัดๆ

"อ้าวหรอ หายง่วงแล้วหรอ" ผมยังยั่วเย้าไปด้วยอารมณ์ที่เบิกบาน

"หายแล้วววววว " ลากยาวเหมือนจะมีคำว่าเว้ยติดมาด้วยเลยทีเดียว

"โอเคๆ เดี๋ยวพี่มารับไปกินข้าวนะ"

"ไม่ต้อง!!!"

ไม่มีใครขัดใจโจ คยูฮยอนคนนี้ได้ไม่รู้รึไงลี แทมิน

"ตั้งใจเรียนนะเดี๋ยวเจอกันตอนพักเที่ยง"

พอพูดจบ ผมก็รีบฉวยโอกาสจุ๊บหน้าผากปิดท้ายทันที
นี่ถ้าไม่เกรงใจอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นของแทมินนะ ผมจูบปากไปแล้วล่ะ แต่นี่สาบานได้ว่าเกรงใจแล้วจริ๊งจริง~
.
.
.
.
.
        หลังจากแยกจากแทมินมา ผมก็รีบเดินกลับมาที่ห้องเรียนทันที
นี่มันก็เลยเวลาเรียนคาบแรกมาเกือบหมดคาบแล้ว ปกติผมก็โดดเรียนเป็นประจำอยู่แล้ว
ไม่ใช่อะไรหรอกนะ ก็ผมน่ะถูกส่งให้เรียนพิเศษจนไม่มีเวลาว่างมาตั้งแต่เด็ก
สุดท้ายไอ้ที่เพื่อนๆเรียนกันผมก็เรียนล้ำหน้าไปซะหมดแล้ว  บางครั้งก็เข้าไปฟังเล่นๆ แต่ผมไม่ชอบเรียนอะไรซ้ำๆ
ก็คนมันอัจฉริยะอ่ะนะฟังแค่ครั้งเดียวก็จำได้แล้ว จะไปเรียนซ้ำๆทำไมอีก
ด้วยครูในโรงเรียนกลัวทั้งอิทธิพลคุณปู่และคุณตาผม จึงไม่มีอาจารย์ในโรงเรียนคนไหนกล้ายุ่งอะไรกับผมมากนัก
เพราะสุดท้ายผมก็สอบได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียนอยู่ดี



"เฮ้ยเมิงแน่ใจนะ ว่าโดดเรียนมาแอบอยู่ตรงนี้อาจารย์จะไม่เจอน่ะ"

"เออชัวร์สิวะ บันไดฝั่งนี้น่ะมีแต่นักเรียนใช้ทั้งนั้นแหละ อาจารย์เค้าขึ้นบันได้ฝั่งโน้นกันหมดเพราะมันอยู่ใกล้ลิฟท์"


ขณะผมกำลังจะเดินขึ้นบันไดตึกก็ได้ยินเสียงคนคุยกันแว่วๆอยู่ใต้บันได ตัวเองน่ะโดดได้นะแต่คนอื่นน่ะห้ามทำตาม
หึ เจ้าพวกนี้เรียนก็แย่อยู่แล้วดันเสือกโดดเรียนอีก
สงสารพ่อแม่ที่ยอมเสียค่าเรียนมาให้ไอ้กระบือพวกนี้เรียนจริงๆ
ผมจึงเดินอ้อมลงไปใต้บันไดเพื่อจะสั่งสอนเจ้าพวกนี้ให้รู้สำนึกซักหน่อย


"พวกนายอยู่ปีไหน ห้องอะไร นึกหรอว่าโดดเรียนอยู่ตรงนี้แล้วจะรอด"

"พ....พี่คยูฮยอน...อ.....เอ่อ....พวกเราผิดไปแล้วครับ อย่าเอาเรื่องเราไปฟ้องฝ่ายปกครองเลยนะครับ"

"น...นั่นสิครับ พวกเราจะไม่โดดเรียนอีกแล้ว พี่จะลงโทษพวกเราแบบไหนก็ได้ แต่ขออย่าไปฟ้องอาจารย์เลยนะครับ"

พวกมันละล่ำละลักพูดออกมา โถ่เอ้ยไอ้พวกขี้ขลาด กล้าทำแต่ไม่กล้าที่ยอมรับผิด

"พ่อแม่ส่งให้พวกนายมาเรียนหนังสือ แต่พวกนายกลับมาโดดเรียน แบบนี้ก็อย่าเรียนอีกเลยดีมั้ยจะได้ไม่ต้องแอบโดด"

"เราสำนึกผิดจริงๆครับพี่ อย่าทำอะไรพวกเราเลยครับ พวกเราสัญญาว่าจะไม่โดดเรียนอีกแล้วครับ"

"เอาเถอะวันนี้ชั้นอารมณ์ดีจะปล่อยพวกนายไป แต่อย่าให้ชั้นเจอพวกนายโดดเรียนอีกล่ะ ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน"

"ครับพี่ ไม่โดดอีกแล้วครับ"

พวกมันรีบรับคำทันที ผมก็ไม่ใส่ใจอะไรเจ้าพวกนี้อีก
เพราะไม่อยากให้อารมณ์ตัวเองต้องมาเสียเพราะไอ้พวกไม่รู้จักหน้าที่พวกนี้
.
.
.
.
"ปกติพี่คยูฮยอนไม่ค่อยยุ่งเรื่องชาวบ้านแบบนี้นี่หว่า"

"เออตั้งแต่คบกับเด็กแทมินนี่พี่แกเปลี่ยนไปเยอะเลยว่ามั้ย"

"เมื่อเช้ากูเห็นเด็กแกคุยกะเด็กโรงเรียนดองฮวาด้วยนะเว้ย"

พวกมันยังคุยกันอยู่ที่ใต้บันไดเพราะยังไม่หมดคาบ
โดดออกมาแล้วนี่นะจะกลับเข้าไปเรียนอีก นั่นแปลว่าจะซวยมากกว่าเดิม เพราะอาจารย์จะรู้ว่ามันโดด
มันคงคิดว่าผมเดินไปแล้วล่ะมั้งถึงได้ยังนินทากันอยู่
แต่มันว่าไงนะ แทมินคุยกับเด็กดองฮวางั้นหรอ ผมได้ยินดังนั้นเลยเดินกลับเข้าไปคุยกับเจ้าพวกนี้อีกรอบ

"เมื่อกี๊พวกนายวง่าไงนะ"

"พ...พี่คยูฮยอนเรานึกว่าพี่ไปแล้วซะอีก"

"ชั้นถามว่าเมื่อกี๊พวกนายพูดว่ายังไง เมื่อเช้าแทมินคุยกับใคร"

"อ...เอ่อ"

"-  -+++" ผมเริ่มรำคาญไอ้คำพูดติดอ่างของมันเต็มทนแล้ว จึงไปกระชากคอเสื้อมาถามให้รู้แล้วรู้รอดไป

"กูถามว่าเมื่อเช้าแทมินคุยกับใคร"

"คุยกับมือขวาเจ้าพ่อดองฮวาครับพี่ ตัวสูงๆหน้าโหดๆแบบนั้นถึงเห็นไกลๆยังไง ผมก็จำได้ไม่ผิดตัวแน่ๆ"

        ผมผลักไอ้เจ้านี่กระเด็นหลังจากที่รู้ความจริงจากปากมันแล้ว คำถามผุดขึ้นในใจผมมากมาย
คยูจงมายุ่งอะไรกับแทมินอีก หรือมันมานัดแนะอะไรแทมินแทนเจ้าพ่อของโรงเรียนมัน
ไม่ได้การณ์ล่ะผมต้องรีบเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับไอ้คิบอมด่วน
ไม่รู้ว่าไอ้เจ้าพ่อดองฮวามันจะทำอะไรอีก แต่ที่แน่ๆอย่าหวังจะได้เข้าใกล้เจ้าชายตัวน้อยของผมอีกเลย
.
.
.
.
.
.
.
.
To be con


kik talk : เวลาที่คิดว่าตัวเองพิมได้เยอะทีไรสุดท้ายก็ดูไม่เยอะอยู่ดีเวลาที่เอามาแปะอ่ะ
คนที่เบื่อที่จะต้องอ่านเหตุการณ์ซ้ำของแทมินและคยูฮยอนต้องขอโทษด้วยจริงๆ
เพราะเป็นคนชอบแต่งให้ตัวละครตัวนั้นเป็นคนเล่าเรื่อง

ถ้าเล่าคนเดียวเรื่องมันจะไม่สะท้อนถึงความรู้สึกนึกคิดของตัวละครอีกฝ่าย
และเนื้อเรื่องมันไม่ค่อยสมบูร์สำหรับ Devil Vs Little Prince ((มันคือชื่อภาษาอังกฤษของฟิคนี้ ฮ่าๆ))
เหมือนเรารู้ว่าแทมินมีเหตุผลของตัวเอง ก็อยากสะท้อนว่าจริงๆแล้วคยูฮยอนก็มีเหตุผล
และนึกถึงแทมินอยู่ตลอดอะไรแบบนั้น

ตอนแรกเกตุทักว่ากลัวจะเห็นรูป SJ-M เซ็ตสะเทือนใจผู้พบเห็นจะทำให้นอยด์คิดฟิคไม่ออก
แต่พอเจอรูปนี้เข้าไป โห~มันต้องให้ได้อย่างนี้เซ่ มันถึงจะโดน!!!!
ถึงจะดูสวยๆแต่ท่านี้เข้ากันกับมาดเจ้าพ่ออย่างแรง หุ ๆ

ps. อย่าเพิ่งเกลียดตัวละครตัวใดตัวนึงจนกว่าจะอ่านจบเรื่อง
เพราะทุกการกระทำย่อมมีเหตุผลของตัวมันเอง

ps2. อย่าเร่งให้ปั่นฟิคเลย เพราะถ้าไม่มีฟิลล์ก็ไม่สามารถมีแรงจิ้มคีย์บอร์ดได้
แม้แต่งลงสมุดไปแล้วเวลาจิ้มลงคอมก็แก้อยู่ดี

psสุดท้าย. ขอบคุณที่คอมเม้นต์อยากบอกว่า อยากกด + เครดิตให้ใจจะขาดรอนๆ
แต่เพราะเม้นยังไม่โดนใจเท่าตอนแต่งแผนป่วนก็เลยตัดใจกดให้ไม่ได้



รักทุกคนที่อ่านแม้เพียงน้อยนิดก็ดีใจที่มีคนอ่าน ^^

Title: นายตัวร้ายปะทะเจ้าชายตัวน้อย

Pairing : คยูฮยอนxแทมิน

Featuring : SuperJunior&Shinee&TVXQ&SS501 ยกมาทุกวงเลยแล้วแต่ความเหมาะสมก๊ากกกกกก

Author: kaikookkik








Episode 7




        ผมตื่นแต่เช้าด้วยอาการสะโหลสะเหลเพราะนอนไม่เต็มอิ่ม
หลับๆตื่นๆคอยฟังเสียงเปิดประตูอยู่เกือบตลอดทั้งคืน พอตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่ทำก็คือไปเปิดประตูห้องของรูมเมทตัวเอง
แต่สุดท้ายความหวังอันน้อยนิดที่มีอยู่ตอนลืมตามารับแสงยามเช้าก็เป็นอันต้องพังทะลายลง
ผ้าปูเตียงไร้รอยยับ ผ้าหม่ปราศจากการคลี่ออกมาใช้สร้างความอบอุ่น
ผมลองเดินเข้าไปสัมผัสหาความอบอุ่นของเจ้าของเตียง
ด้วยลึกๆยังหวังไว้ในใจว่ามันอาจจะยังมีไออุ่นหลงเหลืออยู่แม้เพียงนิด
แต่นั่นเป็นความเพ้อเจ้อคิดเข้าข้างตัวเองของผมเอง หมดแล้วความเชื่อใจที่เคยมี
ผมไม่คิดว่าตัวเองยังจะเชื่อใจผู้ชายคนนั้นได้อีก พอกันทีกับคำสัญญาลวงๆ




        ผมรีบอาบน้ำแต่งตัวเพราะนี่ก็สายมากแล้ว ไม่มีเจ้าพ่อเดินพาไปส่งถึงหน้าห้องเรียนตามเดิม
ไม่รู้ว่าอาจารย์ฝ่ายปกครองที่คุมอยู่หน้าประตูโรงเรียนจะยอมให้ผมเข้าไปโดยไม่ถูกลงโทษได้หรือเปล่า
เพราะที่ผ่านๆมาถ้าเราไปสาย ผมก็อาศัยสายตาโหดๆอย่างเอาเรื่องหากอาจารย์ฝ่ายปกครองจะลงโทษพวกเรา
ไม่รู้ทำไมเพียงแค่มองอาจารย์ก็ขยาดปล่อยให้เราเข้าประตูโรงเรียนอย่างสบายใจเฉิบ แต่วันนี้มันไม่ใช่แบบนั้น

        ผมรีบเดินมาโรงเรียนด้วยขาที่ยังกะเพลกและยังต้องใช้ไม้ค้ำยันอยู่
ก็แน่ล่ะคนเพิ่งถอดเฝือกออกนี่กระดูกก็ยังไม่เข้าที่ไหนเลยจะไปวิ่งเร็วได้เหมือนคนขาปกติล่ะ
และความซวยได้กลับมาเยือนผมอีกครั้งหลังจากที่มันหนีไปพักร้อน 6 สัปดาห์เต็ม
จากเดิมที่สายอยู่แล้วยังโดนใครก็ไม่รู้วิ่งชนจนไม้ค้ำยันกระเด็นไปทาง
กระเป๋าหนังสือกระเด็นไปอีกทาง ให้มันได้อย่างนี้สิ เจ็บอยู่แล้วก็ยิ่งเจ็บกว่าเดิม
แค้นใจตัวเองและอารมณ์ที่เก็บกดมาตั้งแต่เมื่อคืนก็ทำเอาบ่อน้ำแตกมันอยู่ตรงริมทางเท้านั่นแหละ
ใครจะมองยังไงก็ไม่แคร์แล้วโว้ย ฮือๆๆๆๆๆๆๆก็มันเจ็บขานี่หว่า กระเป๋าแม่งก็กระเด็นไปซะไกลเลย
แถมซ้ำร้ายไม้ค้ำยันยังถูกไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้เดินเตะกระเด็นไปบนถนนอีก
ในชั่วโมงเร่งรีบแบบนี้รถที่ผ่านไปมาก็ไม่ชะลอความเร็วเอาซะเลยทั้งๆที่แถวนี้มันอยู่ใกล้ๆกับโรงเรียนแท้ๆ
สุดท้ายก็มีรถบรรทุกคันโตเหยียบเอาไม้ค้ำยันของผมหักเป็นเศษเล็กเศษน้อยกี่ท่อนก็ไม่รู้
เห็นแต่ว่าตอนนี้สภาพมันแม้แต่เอาไปทำฟืนยังไม่ได้เลย แงๆๆๆๆๆๆชีวิตบัดโซบบบแม่งรันทดเกินไปแล้วนะโว้ยลี แทมิน

"ไงหนูน้อย มานั่งร้องไห้อะไรตรงนี้"

"Q[]Q "

ช็อคทั้งๆที่น้ำตายังไหลพรากอยู่ ผมเหลียวซ้ายแลขวาโดยอัตโนมัติ ก็นี่มันถิ่นของโรงเรียนยอนแซนนี่นาแล้ว...แล้ว.....

"พะ....พะ.....พะ....พี่...พี่มาอยู่ที่นี่ได้ไงอ่ะพี่คุณ"

">< ก็มาชวนนายไปเดทกันไง"  (ถามมาได้ไงเว้ยไม่ได้ถามว่ามาทำอะไร อ่อนเกาหลีนะเนี่ย)

=[]=;

        ช็อคคูณ 2 และผมยังไม่มีโอกาสแหกปากร้องให้ใครช่วยก็มีผู้ชายตัวสูงๆหน้าตาหล่อแต่ติดที่จะขรึมๆไปซักนี๊ด
และดูหน้าออกจะโหดไปซักหน่อย ถ้าพี่เค้ายิ้มผมคิดว่าจะดูดีกว่านี้หลายเท่านัก
แต่นี่ไม่ใช่เวลามาชื่นชมหน้าตาของใครต่อใครนะแทมิน
อีตาผู้ชายตัวโย่งใส่เสื้อเชิ้ตสีดำมาดเหมือนมือปืนในหนังคว้าตัวผมอุ้ม
แล้วจับโยนเข้าไปด้านหลังรถ BMW กระจกดำมืดตามมาด้วยพี่คุณที่พุ่งเข้ามานั่งข้างๆพร้อมปิดประตูรถ
และคนตัวสูงก็ออกรถเกือบจะเรียกได้ว่ากระชาก เล่นเอาผมหัวแทบทิ่มถ้าพี่คุณไม่รั้งเอาไว้ซะก่อน

"เฮ้ยอย่ารุนแรงนักสิว๊าคยูจง น้องเค้าเพิ่งหายเจ็บนะโว้ย นี่ถ้าแขนชั้นไม่หักนะนายไม่มีโอกาสได้อุ้มแทมๆของชั้นหรอก"

เอิ่มมมมมมม....อย่าบอกนะว่าไอ้แทมๆนี่มันหมายถึงผมอ่ะ
แล้วนี่มันเหมือนการเดทที่ตรงไหน มันเหมือนผมโดนลักพาตัวชัดๆเลยนี่นา

"พี่จะพาผมไปไหนเนี่ย ผมต้องไปเรียนนะฮะ"

"ไปเดทกันไง หน้าตานายเหมือนคนอดนอนนะ แถมยังดูเครียดๆ ซึมๆเศร้าๆอีกตังหาก
ชั้นเห็นนายตั้งแต่ออกมาจากหอแล้วล่ะท่าเดินหงอยๆนั่นไม่เหมือนตอนที่ชั้นเจอกับนายครั้งแรกเลยนะ
เอาน่าคลายเครียดกันไงชั้นจะพานายไปพักผ่อนจะได้อารมณ์ดีๆ ^_______^ "

พี่คุณพูดเสร็จก็ฉีกยิ้มกว้างให้ผม นี่แปลว่าผมโดนสะกดรอยตามมาตั้งแต่ออกจากหองั้นหรอ
แต่ก็.....ช่างเถอะวันนี้ผมไม่อยากไปโรงเรียนจริงๆ โดดเรียนซักวันคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
ตั้งแต่มาโซลผมยังไม่เคยได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยนี่นา

"แล้วพี่จะพาผมไปที่ไหนอ่ะ ผมก็ขาหัก แขนพี่ก็หัก พิการอย่างนี้ทั้งคู่เราจะไปเที่ยวที่ไหนกันได้ล่ะเนี่ย"

"เอาน่า ชั้นมีที่ ที่ความเดี้ยงของเราไม่เป็นปัญหา อ่ะถึงแล้ว เดี๋ยวนายคงต้องให้คยูจงอุ้มอีกรอบนะ เพราะชั้นยังอุ้มนายเองไม่ได้"

"เอ่อไม่เป็นไรฮะ ให้ผมเกาะแขนพี่เดินก็ได้ ผมพอจะเดินเองได้แล้ว"

โหใครจะให้ไอ้โหดนั่นอุ้มอีกเป็นรอบที่ 2 ก็เพี้ยนแล้ว เกิดไปถึงที่หมายมันจับผมโยนโครมอีก
ได้กลับไปทรมาณต่ออีก 6 สัปดาห์ แถมไอ้ซี่โครงที่เคยร้าวรอบนี้อาจจะหักเลยก็ได้

"ตามใจนายแล้วกัน ชั้นจะพยายามเดินช้าๆ ถ้าเร็วไปก็บอกนะ"




        และแล้วเราก็เดินมาถึงริมสระน้ำแห่งนึง ที่มองยังไงก็ไม่น่าจะเป็นสถานที่(น่า)เที่ยวที่ตรงไหน
ก็แค่สระที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ มันก็แค่ดูร่มรื่น แล้วไอ้สระแบบนี้แถวบ้านผมก็มีอยู่เต็มไปหมด
หรือว่ามันจะพาผมมาฆ่าหมกศพที่นี่ เฮ้ย!!!จริงด้วยสิผมลืมไปเลยว่าไอ้ 2 คนนี้ไม่ถูกกันกับพวกเด็กโรงเรียนยอนแซน
เฮ้ยซวยอีกแล้วลี แทมินเอ้ยยยย ไม่ได้คิดหน้าคิดหลังอะไรเล้ยยยย นี่ถ้าถูกฆ่าที่นี่ก็คงจะไม่มีใครช่วยได้
และเท่าที่ดู กว่าจะมีคนเจอศพ ผมคงเหลือแต่กระดูกและจมอยู่ก้นสระ เฮ้ยไม่เอาอ่ะผมจะกลับโรงเรียน
พอคิดได้แบบนั้นแล้วผมก็หันหลังกลับทันทีแต่ทว่า....

"จะไปไหนน่ะแทมๆลงไปพายเรือเล่นกันดีกว่ามา"

"ผ....ผมอยากกลับแล้วอ่ะพี่คุณ ค...คือว่าผมว่ายน้ำไม่เป็น"

"ว่ายน้ำไม่เป็นก็ดีสิ แต่ชั้นไม่ได้ให้นายลงไปว่ายน้ำซักหน่อยนี่นา ชั้นให้นายไปนั่งในเรือ"

ฮือๆๆๆๆปากหนอปากลี แทมินดันไปบอกเค้าทำไมเล่าว่าว่ายน้ำไม่เป็นน่ะ
ทีนี้ยิ่งสะดวกไอ้เจ้าพ่อแห่งดองฮวาล่ะสิ ไม่ต้องใช้อาวุธอะไร แค่ผลักผมลงน้ำ ผมก็ตายแหง๋แก๋แล้ว
ทีนี้จะทำไงล่ะไอ้โหดมันเดินมาประกบอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
จะวิ่งหนีก็อย่างที่รู้ๆกันว่าไปได้แค่ 2 ก้าวก็คงล้มไม่เป็นท่าแล้วล่ะ
หนทางเดียวที่ไม่โอกาสได้เลือกคือก้าวลงเรือลำน้อยไปด้วยหัวใจสั่นระทึก
โทษของการโดดเรียนมันถึงขั้นต้องมาตายเลยงั้นหรอ Y^Y

"อ้าว ทำไมนั่งเฉยๆล่ะแทมิน พายเรือสิ เห็นมั้ยว่าพี่แขนหักพายไม่ได้อ่ะ"

จู่ๆสรรพนามที่แทนตัวเองของพี่คุณก็เปลี่ยนไป ผมนั่งเกร็งรอวาระสุดท้ายของตัวเองอยู่นาน
และพยายามพายเรือใกล้ๆฝั่งมากที่สุด เพราะความหวังอันน้อยนิดก็คือหากตกลงไป
อย่างน้อยก็อาจจะมีหวังตะกายเข้าหาฝั่งได้ แต่ไอ้เจ้าพ่อดองฮวานี่สิดูมันจะสบายอารมณ์จนออกจะเกินไปซะด้วยซ้ำ
ก็ใช่น่ะเซ่ ให้กูออกแรงพายคนเดียวเลยนี่หว่า -*-

        พี่คุณเอนหลังนอนราบไปกับท้องเรือ สายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและร้องเพลงเบาๆ
เป็นเพลงที่ผมฟังไม่ออกว่าพี่คุณร้องเพลงอะไร ที่แน่ๆมันไม่ใช่ภาษาเกาหลีแน่นอน

"อยากให้ชั้นแปลให้ฟังมั้ยว่าเพลงนี้มันแปลว่าไง"

"(- - ) /( - -) /(- - ) /( - -)"




"สมมุติโลกนี้เหลือเราอยู่เพียงแค่สองคน
อยากรู้จริงๆ ว่าคนอย่างชั้นจะมีสิทธิไหม
หากชั้นขอวอนฟ้าให้ครั้งนึงเราได้ใกล้ เคียงคู่ไปด้วยกัน
แล้วถ้าสมมติฟ้ายอมให้ชั้นได้คู่เธอ
อยากค้นความจริงในใจว่าเธอจะรังเกียจไหม
หากเธอพบว่าชั้นไม่ได้เพรียบพร้อมเป็นอย่างคนที่เธอเคยวาดไว้

ยังเป็นคำถามที่ติดอยู่ในหัวใจ
แม้ชั้นรู้ว่าความเป็นจริง เราอาจเป็นไปไม่ได้
เพราะสิ่งที่ชั้นคิดเราต่างคนก็รู้ ว่าชั้นควรเก็บมันไว้ในใจ
ทั้งหมดเพียงเรื่องสมมุติที่ชั้นอยากให้เป็นเรื่องจริง
ฝันเล็กๆ ของคนที่คิดพาเธอไปไกล
ได้อยู่ในความฝัน ให้ใจยังมีหวัง ก็เพียงพอแล้วที่ชั้นต้องการ

ได้กอดเธอ ในจินตนาการก็สุขใจเท่าไร
ชั้นรู้แล้วว่าชีวิตนี้เฝ้าคอยอะไร เธอคือปฏิหาริย์
และชั้นจะรอวันนั้น ที่เธอ เสกเราให้เป็นเรื่องจริง

แม้โชคชะตาไม่พร้อมให้เราได้คู่กัน
แต่ถ้าสมมติชั้นยังยืนยันจะคอยต่อไป
อย่ากจะรู้สุดท้ายแล้วเธอ จะยอมใจอ่อนให้คนๆ นี้บ้างไหม"




        ได้ข่าวว่าผมส่ายหน้านะ แต่มันก็ท่องเนื้อเพลงให้ผมฟังจนจบเพลง
(ก็คุณมันนอนอยู่อ่ะแทมิน มันจะเห็นป่ะว่าหนูส่ายหน้าอ่ะ)
เออผมลืมไปว่ามันนอนอยู่ ถึงได้ท่องเนื้อเพลงมาให้ฟังจนจบ แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมพี่เลือกร้องเพลงนี้

"เมื่อยมั้ยแทมิน"

"(_  _) /(-  -) /(_  _) /(-  -)" เออลืมอีกแระ เผลอพยักหน้าไปอีกรอบ

"เมื่อยฮะ"

"เมื่อยก็หยุดพายสิ"

เออว่ะทำไมผมคิดไม่ออกเนาะ ถ้าเมื่อยก็หยุดพายสิเพราะพายยังไงมันก็เลาะอยู่ริมตลิ่งเนี่ยแหละ แต่ว่า....

"โครกกกกกกกก ครากกกกกกกก"

"O[]O” หิวขนาดนั้นเลยหรอแทมิน ท้องนายประท้วงเสียงดังมากๆเลยอ่ะ"

"-////- ก็นิดนึงอ่ะ"

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆร้องดังขนาดนี้ไม่นิดแล้ว ไปพี่พาไปหาอะไรกินกันดีกว่า"

        อายเว้ยเฮ้ย ก็แหมเมื่อเช้าตื่นสายนี่นาแล้วนี่ก็เกือบเที่ยงแล้วด้วย
ผมไม่เคยกินข้าวผิดเวลานี่นา ท้องมันก็ต้องประท้วงกันเป็นธรรมดาไม่เห็นต้องขำขนาดนั้นเลย
ดูสิยังไม่ยอมหุบยิ้มเลยตลอดทางตั้งแต่สระน้ำจนถึงร้านอาหารที่นี่เนี่ย
แล้วนี่มันร้านอะไรกันล่ะเนี่ย หน้าตาแปลกๆไม่ค่อยจะเหมือนร้านอาหารเกาหลีสักเท่าไหร่เลย

"เคยกินอาหารไทยมั้ยแทมิน"

"(- - ) /( - -) /(- - ) /( - -)"  

ส่ายหน้าใส่คนอายุมากกว่าดูไม่สุภาพเท่าไหร่พี่คยูฮยอนเคยสอนไว้ (แต่ก็ทำไป 3 รอบ) ผมก็เลยรีบตอบไปว่า

"ไม่เคยฮะ"

"งั้นเดี๋ยววันนี้พี่พามาเปิบอาหารไทยกัน แล้วนายจะติดใจ"

        พี่คุณสั่งโน่นสั่งนี่มาเต็มโต๊ะไปหมด ตอนแรกผมก็แค่แตะๆชิมๆ หลังๆนี่เริ่มกินจริงๆจังๆ
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่ผมกินอาหารจากต่างชาติ รสชาติมันก็แปลกลิ้นดี แต่อร่อยมากๆเลย
ผมกินแทบจะเรียกได้ว่ากวาดทั้งโต๊ะ พี่คุณเอาแต่เชียร์ว่าอันนั้นอร่อยอันนี้อร่อย
ตักโน่นตักนี่ให้ผมเต็มไปหมด ผมเริ่มมองพี่คุณใหม่ ตอนนี้ผมเรียกชื่อเต็มๆออกเสียงได้เกือบถูกแล้วด้วยพี่คุณบอก
พี่เค้าชื่อนิชคุณ แต่พี่เค้าบอกว่าเรียกพี่คุณเฉยๆนั่นแหละ
เพราะคนไทยมีชื่อที่เรียกกันเล่นๆสำหรับเรียกย่อๆเพราะปกติคนไทยมักมีชื่อและนามสกุลยาวๆ
พอผมฟังชื่อและนามสกุลพี่คุณเต็มๆทำเอาผมเหว๋อไปเลย (นิชคุณ หรเวชกุล)
ชาตินี้ทั้งชาติผมก็ไม่มีทางเรียกนามสกุลของพี่คุณถูกหรอก

"กินของหวานมั้ยแทมิน"

"โอ้ยไม่ไหวแล้วพี่คุณท้องจะแตกแล้วอ่ะ"

"งั้นเดี๋ยวว่างๆพี่พาไปกินขนมไทยนะ ขนมไทยน่ะอร่อยไม่แพ้ขนมเกาหลีเลยน๊า"

" *oo* ไปๆๆๆๆๆ อยากลองกินขนมไทย"

"งั้นคราวหน้าพี่จะพาไป สัญญา"

อย่าด่าว่าผมเห็นแก่กินเลยนะครับ ก็อาหารคาวของไทยยังอร่อยขนาดนี้นี่นา ถ้าขนมไทยคงอร่อยกว่านี้ร้อยเท่าแน่ๆ
ดูอย่างขนมขบเคี้ยวทั้งหลายที่พวกพี่ฮยอนจุงกะพี่แจจุงหอบมาตอนไปเที่ยวเมืองไทยแล้วแบ่งให้ผมกินสิ อร่อยๆทั้งนั้นเลย

"เพิ่งจะบ่ายโมงเอง ยังเหลืออีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะเลิกเรียน นายอยากไปไหนหรือเปล่าแทมิน"

"ผมเพิ่งย้ายมาโซลยังไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนเลยครับ"

"อืม....งั้นไปดูพี่ซ้อมดนตรีมั้ย"

"พี่คุณเล่นดนตรีด้วยหรอ"

"เดี๋ยวก็รู้...ไปกันเถอะ"

        พี่คุณพาผมมาที่ห้องซ้อมดนตรี พร้อมกับอีตาหน้าหล่อ แต่หลังๆผมว่าพี่แกก็ดูไม่ค่อยจะโหดแล้วล่ะ
เพียงแต่ไม่เห็นแกยิ้ม และวันนี้ทั้งวันผมยังไม่ได้ยินเสียงแกพูดอะไรเลย

"เฮ้ยนิชคุณพาหนุ่มน้อยจากยอนแซนมาได้ไงน่ะ"

"อย่ายุ่งน่าชานซอง วันนี้จะขึ้นเพลงใหม่ได้รึยัง"



        ผมคิดว่าไอ้หน้าโหดจะอยู่วงนี้ซะอีก แต่แล้วก็ผิดคาด พี่คยูจงไปนั่งอยู่มุมนึงของห้อง
แล้วก็เปิดเกมส์โหดๆ ยิงกันเลือดสาดอะไรแบบนั้นเล่น แล้วก็ไม่สนใจคนรอบข้างอีกเลย
เหมือนว่าพี่แกจะเป็นบอดี้การ์ดหรือมือขวาของพี่คุณมากกว่า แต่ไม่ได้เป็นเพื่อนซี๊เล่นหัวกับพี่คุณซักเท่าไหร่
พี่คยูจงเหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบอยู่ในใจตัวเอง ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยเล่น แต่ดูรักและเป็นห่วงพี่คุณเอามากๆ

        ผมนั่งฟังพวกพี่ๆเค้าเล่นดนตรีกันจนเพลิน และพี่ๆก็ให้ผมได้ร้องเพลงกับวงพวกพี่ๆเค้าด้วย
ผมเริ่มจะคุ้นเคยกับทุกๆคนเป็นอย่างดี และผมก็ไม่เห็นเลยว่าพวกนักเรียนดองฮวาจะเลวร้ายที่ตรงไหน
พวกพี่พวกนี้ก็ออกจะดูเป็นมิตร ขี้เล่น ต๊องๆ และก็ดูจะเอ็นดูผมเหมือนๆกับพี่ๆที่โรงเรียนยอนแซน
พี่จุนโฮสอนผมทำบีทบ็อกซ์ด้วยล่ะ ผมทำได้นะแต่พี่เค้าบอกว่าเดี๋ยวไมค์จะช็อตปากผมเอา
เพราะน้ำลายผมเต็มไมค์จนโชกเลยทีเดียว ผมเพลิดเพลินอยู่กับวงดนตรีพี่ๆจนลืมเวลาและลืมความเครียดไปเลย
พี่คุณแวะไปที่คลีนิคเพื่อซื้อไม้ค้ำให้ผมใหม่ กว่าผมจะกลับมาถึงหน้าหอพักก็ทุ่มกว่าๆแล้ว
เมื่อรถชะลอยังจอดไม่สนิทเลยผมก็ต้องตกใจเพราะว่ามีคนรออยู่เต็มหน้าหอพักเลย เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ

"เฮ้ยเบาไอ้คยู อย่าลากแทมินแบบนั้น ใจเย็นๆโว้ย"

ผมมึนงงไปหมด พี่คยูฮยอนกระชากประตูแล้วลากตัวผมออกมาจากรถตั้งแต่รถยังจอดไม่สนิทเลย
ส่วนคนที่ห้ามเมื่อกี๊คือพี่อีทึก มีพี่ๆรวมถึงเพื่อนๆของผมออกมาอยู่หน้าหอเต็มไปหมด
ผมโดนรุมล้อมถามเสียงระงมไปหมดว่าผมเป็นอะไรรึเปล่า โดนลักพาตัวไปไหน บลาๆๆเต็มไปหมดไม่รู้เสียงใครเป็นเสียงใคร
จนผมไม่รู้จะตอบคำถามใครก่อนเพราะสับสนไปหมดแล้ว

"แทมินไม่เป็นไรหรอกน่า มดไม่ได้ไต่ไรไม่ได้ตอม ชั้นรับรอง"

พี่คุณลงมาจากรถแล้วก็เอ่ยแทรกเสียงทุกคนขึ้นมาทำเอาสถานการณ์สับสนเปลี่ยนเป็นสถานการณ์ตึงเครียดโดยไม่รู้ตัว

"เฮ้ยใจเย็นเว้ยคยู"

        ผมหันไปมองหน้าพี่คยูฮยอนที่ทำท่าจะพุ่งเข้าใส่พี่คุณแต่ถูกพี่คิบอมล็อคตัวไว้
หน้าตาที่น่ากลัวของพี่คยูฮยอนแบบนี้ผมเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
พี่คยูฮยอนขบฟันแน่นจนเห็นรอยนูนที่กลามทั้ง 2 ข้าง สายตาเหมือนจะสามารถเผาอีกฝ่ายให้กลายเป็นจุณได้เลยทีเดียว
แตกต่างกับพี่คุณที่ยืนเอามือข้างที่ไม่ได้เข้าเฝือกล้วงกระเป๋ายืนพิงรถด้วยรอยยิ้มที่ริมฝีปากด้วยท่วงท่าสบายอารมณ์

"อย่ามายุ่งกะคนของชั้น"  

พี่คยูฮยอนพูดกับพี่คุณทั้งๆที่ขบกลามระงับอารมณ์ไว้แน่น นั่นเริ่มทำให้ผมรู้สึกกลัวพี่คยูฮยอนอย่างที่ไม่เคยกลัวมาก่อน

"ถ้าคนของนายอยากไปกะชั้นเองนายคงไม่ว่าหรอกใช่มั้ยคยูฮยอน"

พี่คุณยังตอบโต้ด้วยท่าทางยิ้มๆ นั่นยิ่งเหมือนราดน้ำมันลงบนกองเพลิงที่โหมกระหน่ำอยู่แล้ว

"นายกลับไปก่อนเถอะไปนิชคุณ ก่อนที่ชั้นจะฉุดไอ้คยูมันไว้ไม่อยู่ อย่าให้ต้องมีเรื่องทั้งๆที่นายยังแขนเจ็บแบบนี้เลย"

น่าแปลกที่พี่คิบอมพูดด้วยมาดนิ่งๆ พี่นิชคุณก็หันหลังกลับแต่ยังไม่ลืมที่จะร่ำลาผม

"พี่กลับก่อนนะแทมิน แล้วเดี๋ยวว่างๆเราไปเที่ยวกันอีกนะ เดี๋ยวพี่จะพานายไปกินขนมอย่างที่สัญญาไว้"

"ฮ....ฮะ"  

ผมรับคำเบาๆ แต่นั่นยิ่งกลับทำให้เหตุการณ์ของผมเลวร้ายลง
พี่คยูฮยอนส่งสายตาโกรธเคืองใส่ผม แต่นั่นมันเหมือนมีแววตาแห่งความน้อยใจปนมาด้วยนิดๆ
ซึ่งแทบจะมองไม่เห็นถ้าไม่ได้สังเกตดีๆ แต่อาจจะไม่ใช่ก็ได้เพราะมันเป็นเพียงแว่บเดียว
ก่อนที่พี่คยูฮยอนจะสะบัดแขนจากการล็อคของพี่คิบอมหลุดและเดินกลับเข้าไปในหอพัก
ผู้ชายคนนั้นทำไมเป็นคนที่เข้าใจยากอะไรแบบนี้นะ ผมคิด

        ก่อนขึ้นรถพี่นิชคุณยังหันมาโบกมือให้ผมด้วยท่วงท่าสบายๆเหมือนเดิม
แต่เพิ่งมีชายคนนึงที่ผมไม่ได้สังเกตและลืมไปเลยว่าวันนี้ทั้งวันนอกจากพี่นิชคุณแล้ว
มีอีกคนนึงที่ตะลอนไปทุกที่กับเรา 2 คน พี่คยูจงยืนพิงประตูด้านคนขับอย่างสงบ
แต่ในความสงบนั้นผมรู้สึกเหมือนพี่แกเป็นพยัคฆ์ร้ายที่จ้องรอดูท่าทีของเหยื่อ
พี่คยูจงเป็นเหมือนเพรชฆาตเงียบที่เฝ้ารอดูปฏิกิริยาของทุกคน ผมมั่นใจว่าหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับพี่คุณ
พี่คยูจงจะเข้ามาขวางก่อนใคร ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึมนั่นมันมีทั้งความเลือดเย็นและความสุขุมนุ่มลึก
และไม่บุ่มบ่ามตามแบบที่พี่คิบอมมีไม่ผิดเพี้ยน



        หลังจากพี่คุณกลับไปแล้วผมก็เจอสถานการณ์ 108 คำถามอีกครา
แต่คราวนี้ผมเลี่ยงคำถามด้วยท่าทีเหนื่อยล้า มันไม่ใช่เหนื่อยกายหรอกนะฮะ
แต่มันเป็นอาการของคนเหนื่อยใจซะมากกว่า ผมรู้ว่าเมื่อขึ้นไปบนห้องต้องเจอกับพายุอารมณ์ของไอ้เจ้าพ่อแน่ๆ
และเหมือนว่าทุกๆคนจะรู้เช่นเดียวกับผม พี่ทงเฮจึงตัดบทบอกว่าเอาไว้ผมสบายใจเมื่อไหร่ค่อยเล่า
และพี่อีทึกก็ไล่ให้ทุกคนแยกย้ายกลับห้องไป แต่เมื่อผมขึ้นไปถึงบนห้อง

        ทั้งๆที่พยายามถ่วงเวลาให้ช้าที่สุดด้วยการไม่ใช้ลิฟท์ แต่ใช้การขึ้นบันไดแทนแล้วนะ
แต่ทำไมนะวันนี้บันไดมันถึงได้สั้นนัก ปกติผมคิดว่ามันยาวกว่านี้นี่นา
ผมเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูห้องอยู่นานแต่ในที่สุดก็คิดได้ว่าไม่เผชิญหน้าวันนี้
ยังไงวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไปก็ต้องเจอหน้ากันอยู่ดีนี่นา
เอาวะ เมื่อทำใจได้แล้วผมก็สูดลมหายใจให้เต็มปอดหนึ่งเฮือกแล้วเปิดประตูห้องเข้าไป

         ร้อยเวรที่จะสอบสวนผมนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ผมพยายามเดินเลี่ยงเฮียแกให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้แล้วนะ
เกือบจะพ้นแล้วทีเดียวเชียว แต่เมื่อผมแตะลูกบิดห้องเท่านั้นแหละ คำถามแรกก็ยิงเข้ามาทันที

"ทำไมถึงโดดเรียน"

"หกล้มไม้ค้ำหัก"

"แล้วทำไมไม่โทรหาพี่"

"โทรศัพท์พี่มันอยู่ที่ตัวพี่หรือเปล่า" ผมย้อนกลับไป

"โทรหาเพื่อนนายก็ได้ โทรหาพี่ๆในโรงเรียนคนอื่นก็ได้ ทำไมไม่โทร" มันเปลี่ยนเรื่อง เพื่อหาเรื่องผมต่อทันที

"ก็กระเป๋ามันกระเด็นไปไกลตัว ไม้ค้ำก็หัก แล้วพี่คุณก็มาเจอเข้าพอดี"

เออแล้วกระเป๋านักเรียนผมวะ ลืมไปเลยว่าตอนที่ขึ้นรถพี่นิชคุณไม่ได้หยิบกระเป๋านักเรียนมาด้วย

"ก็เพราะไอ้กระเป๋านักเรียนที่นายทำหล่นไว้นั่นแหละ ทำเอาเค้าวุ่นไปทั้งโรงเรียนนายรู้มั้ย ทำอะไรไม่รู้จักคิด"

เฮียแกพยักหน้าให้เห็นเห็นกระเป๋าของผมที่วางอยู่บนโต๊ะ นี่คงมีคนเก็บได้ละมั้ง

"เออ ก็ผมมันโง่ไม่รู้จักคิด ไม่ดีซักอย่าง ใครจะไปเหมือนคนดีของพี่เล่า"

ผมเริ่มอารมณ์เสียเหมือนกันแล้วนะ อะไรก็ไม่ถูกอะไรก็ไม่ดีซักอย่าง เฮ๊อะ~

"อย่ามาเบี่ยงเบนประเด็นนะลี แทมิน นายผิดไม่รู้จักสำนึกผิดแล้วยังจะมาเถียงพี่แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน"

"ขอ(เบาๆ)โทษ(ดังๆ)!!!!"

ผมเอ่ยขอโทษไปแบบขอไปทีแต่นั่นยิ่งยั่วยุอารมณ์ที่ปะทุอยู่แล้วของพี่คยูฮยอนให้ลุกพรึ่บขึ้นมาใหม่

"ปล่อยนะพี่คยู ผมจะไปนอนแล้วเหนื่อย"

"ไปทำอะไรกับมันมาถึงได้เหนื่อยนักเหนื่อยหนาห๊าแทมิน มาอยู่โซลได้ไม่เท่าไหร่กลายเป็นเด็กใจแตกแล้วรึไง ไม่คิดถึงพ่อแม่ที่ไว้ใจให้นายมาเรียนไกลหูไกลตา ไม่หัดคิดถึงพี่ชายนายบ้างรึไงว่าเค้าจะรู้สึกยังไงที่น้องชายตัวเองทำตัว เหลวแหลกแบบนี้"

"เพี๊ยะ!!! ปากหม....อุ๊.....

        ผมยังด่ามันกลับได้ไม่ครบประโยคริมฝีปากร้อนๆของอีกฝ่ายก็ตามมาประกบทันที
ใครจะไปคิดว่าชีวิตนี้จะได้เล่นละครหลังข่าวตามแบบทีวีของไทยที่พี่คุณเล่าให้ฟังวันนี้
จูบของพี่คยูฮยอนแตกต่างไปกว่าทุกครั้ง ครั้งนี้มันดุดันรุนแรงกว่าทุกๆครั้งที่ผมเคยได้รับ
แรงขยี้หนักๆเหมือนว่าจะแผดเผาให้ผมตายภายในจูบนี้จูบเดียว
ผมรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดในปากเมื่ออีกฝ่ายยังขยี้ลงมาหนักๆอย่างไร้ความปราณี
ผมไม่เคยเจออารมณ์รุนแรงของพี่คยูฮยอนแบบนี้มาก่อน น้ำตาของผมเริ่มไหลลงมาจากสองตา
ไม่มีอีกแล้วพี่ชายที่แสนดีของผม ตอนนี้ผมเกลียดพี่คยูฮยอนมากกว่าสิ่งใดในโลกนี้
เหมือนว่าพี่คยูฮยอนจะเริ่มรับรู้ว่าผมเริ่มหมดแรงต่อต้าน และสัมผัสได้ถึงหยดน้ำที่ไหลลงมาอาบแก้มของผม
น้ำตานั่นมันไหลออกมาซะมากมายจนอีกฝ่ายก็ได้ลิ้มรสน้ำตาแห่งความข่มขื่นนั่นด้วยลิ้นของตัวเอง
เหมือนน้ำหยดเล็กๆนั่นจะหยุดทุกอย่างได้อย่างไม่น่าเชื่อ พี่คยูฮยอนถอนริมฝีปากออกแล้วกดผมลงแนบอก

"พี่ขอโทษนะแทมิน พี่ขอโทษ"

"ผมเกลียดพี่ ได้ยินมั้ยว่าผมเกลียดพี่"

ไม่รู้ผมเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนผลักพี่คยูฮยอนออก แล้ววิ่งเข้าไปในห้องพร้อมกับขังตัวเองอยู่ในนั้นตลอดทั้งคืน
แต่ถ้าผมถอนตัวออกมาช้าแม้เพียงนิด นิดเดียวเท่านั้นผมคงได้เห็นน้ำตาของคนที่คิดว่าตัวเองเข้มแข็งและจะไม่ ร้องไห้อีกชั่วชีวิต ผู้ชายคนนั้น เจ้าพ่อของโรงเรียนยอนแซน
.
.
.
.
.
.
.
.

ผมรีบตื่นแต่เช้าเพราะเลี่ยงที่เจอคนร่วมห้อง
ตอนนี้ปากผมบวมเจ่อจนคนที่ไม่รู้เรื่องอาจคิดว่าผมโดนพี่คยูทำร้ายร่างกายเอา
แต่ถ้าคนคิดลึกๆหน่อยก็ต้องรู้แน่ๆว่าผมโดนลงโทษยังไง
ผมไม่ลืมหรอกนะครับว่าไอ้เจ้าพ่อนั่นมันทำอะไรไว้กับผมบ้าง เช๊อะโกรธ 100 ปี อย่ามาดี 100 ชาติ
       

        เพราะวันนี้ผมลงมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า ซึ่งแน่นอนว่าพวกเด็กหอพักอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนอย่างพวกเรา
จะมีใครกันเล่าที่ตื่นเช้า เอ๊ะแต่นั่นใครกันนะตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่เลย

"อ๊ะนี่ชินดงของฝาก นายแน่ใจนะว่ายังไม่มีใครลงมาน่ะ"

"อื้อ อังไอ่อีไอองอาออก" (มันบอกว่ายังไม่มีใครลงมา)

        แบบนี้เองสินะ ผมรู้แล้วล่ะว่าพี่วองมินเข้ามาในหอของเราได้ยังไงโดยที่ไม่มีใครเห็น
ก็ห้องของพี่ชินดงน่ะอยู่ชั้นล่างสุดและเป็นห้องเดียวที่อยู่ติดกับลิฟท์
พี่ซองมินใช้ของกินมาเซ่นพี่ชินดงแล้วคงแอบอยู่ในนั้น
ได้พี่ชินดงดูต้นทางให้แล้วแอบขึ้นลิฟท์มาหาพี่คยูฮยอนชั้นบนโดยที่ไม่มีใครเห็น
พวกเด็กหอนี้ไม่ค่อยจะมีใครใช้ลิฟท์ตัวนี้อยู่แล้วจึงไม่มีใครสังเกตเห็นว่าพี่ซองมินเข้ามาซักคน
หึ!เจ้าเล่ห์นักนะพี่ซองมิน ผมเริ่มเชื่อที่พี่ทงเฮบอกแล้วล่ะว่าอย่าไปไว้ใจคนเจ้าเล่ห์อย่างพี่
ตอนแรกผมคิดจะบอกเรื่องนี้ให้พี่ทงเฮรู้ แต่คิดอีกทีมันก็เหมือนคำที่พี่คยูฮยอนเคยบอกพี่ทงเฮแหละว่า
มันไม่เกี่ยวอะไรกับผมนี่นา ผมก็เลยไปโรงเรียนโดยไม่ได้สนใจอะไรอีก
.
.
.
.
.

        เฮ้อ~การมาโรงเรียนแต่เช้ามันก็ดีเหมือนกันน๊า บรรยากาสแสนจะสดชื่น
เดินไปตามทางที่โรยด้วยกลีบอินทนิล กลิ่นน้ำค้างที่อยู่บนยอดหญ้าในสนามฟุตบอล เสียงนกร้องเหมือนเสียงดนตรีเลย
โอ้ยอารมณ์ดีขึ้นเยอะ รู้งี๊มาโรงเรียนแต่เช้าทุกวันก็ดีสิ แต่เอ๊ะนั่นใครน่ะเหมือนจะไม่ใช่เด็กของยอนแซนเลยนะ
อย่าบอกนะว่าเป็น.....

"เอ่อ....แท....แทมิน....เอ่อ....คือ.....ว่า..."

เฮ้ยไอ้หน้าโหดเมื่อวานนี่นา อ๋อผมรู้แล้วที่มันไม่พูดคงเป็นเพราะมันเป็นโรคติดอ่างนี่เอง
แต่นั่นท่าทางหน้าแดงๆนั่นหรือว่าเมื่อวานมันตากแดดมากไปจนไม่สบายไปแล้ว

"พี่คยูจงพี่มาอยู่นี่ได้ไงน่ะเดี๋ยวก็โดนรุมกระทืบหรอก"

"หึ....ชั้นไม่กลัวหรอก"

อ้าวมันหายติดอ่างแล้วก็หายเข้า กลายเป็นไอ้โหดขึ้นมาทันทีเลยเมื่อพูดถึงเรื่องต่อยตี

"แล้วนี่พี่มาหาผมทำไมอ่ะ ผมไม่โดดเรียนแล้วนะพี่ เดี๋ยวเรียนไม่ทันเพื่อนอ่ะ"

"ชั้นไม่ได้พานายไปโดดเรียนแต่ชั้นมีอะไรจะถามนายหน่อย"

"เห? ถามผมงั้นหรอ? ถามไรอ่ะ"

"เอ่อ...คือ....เอ่อ...."

กลายเป็นคนติดอ่างไข้ขึ้นอีกรอบ ไอ้นี่ต้องเป็นโรคลักปิดลักเปิดแน่ๆ
แล้วที่หัวนั่นเป็นเหารึไงทำไมต้องเกาๆหัวก้มหน้าก้มตาแล้วเอาเท้าเขี่ยๆพื้นแบบนั้น มันเป็นโรคอะไรของมันเนี่ย - -"

"โอ้ยยยย ผมจะรู้เรื่องกะพี่มั้ยเนี่ยจะถามอะไร ก็ถามมาซักทีเด้ เดี๋ยวคนอื่นก็มาเห็นได้ซวยกันทั้งคู่เนี่ยแหละ"

"นายรู้มั้ยว่าซองมินหายไปไหน"

"O{ }O ”


เฮ้ยผิดคาดถล่มๆทลาย ทำไมไอ้หน้าโหดนี่ถึงมาถามหาพี่ซองมินอ่ะ
ไม่มีเวลามาถามไถ่กันแล้วล่ะ เมื่อผมมองนาฬิกาเริ่มจะได้เวลาที่นักเรียนจะมาโรงเรียนกันแล้ว
ถ้ามีใครเห็นผมอยู่กับพี่คยูจงหลังจากที่มีเรื่องกันเมื่อวานได้กลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ เอาไงดีวะ

"เรามีเรื่องต้องคุยกันพี่คยูจง ถ้าจะคุยเรื่องพี่ซองมินพี่เบอร์โทรพี่มา
เดี๋ยวผมจะส่งข้อความไปนัดเวลากับสถานที่พี่เอง เร็วเข้าเดี๋ยวนักเรียนจะเริ่มทยอยมาโรงเรียนกันแล้ว

พี่คยูจงเขียนเบอร์โทรใส่ในกระดาษที่ผมยื่นให้แล้ววิ่งไปริมรั้วโรงเรียน ปีนขึ้นไปรวดเร็วอย่างกะนินจาเลย
โอโหเป็นครั้งแรกในชีวิตนะเนี่ยที่เห็นคนปีนกำแพงสูงๆได้เร็วแบบนั้น

"A ready Wuss up
What What What Wuss Up(Wuss up)
Wuss Up Wuss Up Wuss Up Wuss Up Wuss Up "


"ฮัลโหล"

"นายอยู่ไหนแทมิน"

อุตส่าห์รีบตื่นเพราะอยากหนีหน้ามันนั่นแหละ ดันโทรมาจิกซะได้
คงเพราะโทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของมันใช่มั้ยถึงได้จิกไม่เกรงอกเกรงใจ

"อยู่โรงเรียน"

"ทำไมไม่รอชั้น" ถามออกมาได้ก็ใครมันอยากจะอยู่ขัดความสุขของนายเล่าเช๊อะ~

"ฮัลโหลแทมิน ยังอยู่มั้ย ฮัลโหล ตื๊ดๆๆๆๆ"

ฮ่าๆ ผมกดวางเองแหละไม่ใช่ขาดสัญญาณแต่อย่างใด ก็ไม่อยากได้ยินเสียงแทรกแบบในละครที่พี่คุณเล่าให้ฟังนี่นา
(นิชคณแกไปเล่าละครไทยเรื่องไหนให้น้องฟังฟร่ะ)
ถ้าเกิดมีเสียงพี่ซองมินแทรกขึ้นมาตอนที่พี่คยูฮยอนโทรมาหาผมเนี่ย สู้ผมตัดไฟตั้งแต่ต้นลมซะดีกว่า
ว่าแต่มาโรงเรียนแต่เช้าขนาดนี้ ห้องเรียนเงียบจะมีอะไรดีไปกว่า.......
เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็เปิดกระเป๋าหยิบหนังสือออกมา 1 เล่ม แล้วก็....
.
.
.
.
ฟุ่บ!!!
.
.
.
.
.
.
.
ซบลงกะโต๊ะแล้วก็ 'ค่อก ฟี๊ด.....' (ถุย!!!นึกว่าจะขยัน ดันแอบมานอนที่โรงเรียนแต่เช้าแทน)
.
.
.
.
.
.
.
"งืมๆๆๆๆ"   ฝันดีจัง ฝันว่าพี่แทฮวานลูบหัวกล่อมให้นอนด้วยอ่ะ สบ๊ายสบาย ว่าแต่ยังไม่มีใครมาเรียนอีกหรอเนี่ย

"ฮ้าวววววว - 0 - Zzzzz"

"(- - ) /( - -) /(- - ) /( - -)" หันซ้ายแลขวา แต่ทว่า...

"O[]O” ว๊ากกกกกกกกกกกกก พี่...พี่...พี่คยูฮยอนพี่มาอยู่นี่ได้ไงอ่ะ"

        โอ้ยนี่มันฝันร้ายชัดๆ ภาพที่ผมเห็นทำเอาผมแทบบ้า ไอ้เจ้าพ่อของโรงเรียนมันนั่งอยู่ข้างๆผม
แถมมือมันก็วางค้างอยู่บนหัวผม บ่งบอกว่าไอ้ฝันดีที่ผมคิด มันคือเรื่องจริง
แต่ผิดกันที่จะเป็นมือพี่ชายที่แสนอบอุ่น แต่นี่มันมือมัจราชชัดๆ
แล้วที่นรกกว่านั้นคือ ทั้งเพื่อร่วมห้องและอาจารย์ประจำวิชาของผม
ยืนออก็อยู่เต็มหน้าประตูหลังและประตูหน้าห้องของผม ให้มันได้อย่างน้สิ
ไอ้เจ้าพ่อมันสร้างความขายหน้าให้ผมอีกแล้ว นี่คงไม่ยอมให้ใครเข้าห้องเพราะผมนอนหลับอยู่แน่ๆ
ไม่ได้ปลื้มเลยนะเว้ยเฮ้ย เครียดๆๆๆ นับวันเหมือนตัวเองได้กลายเป็นเจ้าพ่อน้อยไปด้วยอีกคนแล้วเนี่ย
โว้ยยยยยยยยยยยยยยยไอ้บ้าาาาาาาาาาาาาา ((แฮ่กๆๆๆ เหนื่อยอ่ะ แอบตะโกนในใจ))


"เพ่คยูออกไปได้แล้ว ผมจะเรียนหนังสือ"

"อ้าวหรอ หายง่วงแล้วหรอ"

"หายแล้วววววว (โว้ย)"

"โอเคๆ เดี๋ยวพี่มารับไปกินข้านะ"

"ไม่ต้อง!!!"

"ตั้งใจเรียนนะเดี๋ยวเจอกันตอนพักเที่ยง"


        มันฟังกูมั่งมั้ยเนี่ย เฮ้อ~เออนั่นเอาเข้าไป ยังจะมาจุ๊บหน้าผากกันต่อหน้าอาจารย์และนักเรียนทั้งห้องอีก
กูยังอายไม่พอรึไง โว้ยอารมณ์เสียโคตรๆ จะเรียนรู้เรื่องมั้ยเนี่ย
ดูสายตาไอ้พวกจงฮยอน มินโฮ คีย์ แล้วก็ไอ้อนยูสิ พวกเมิงเอามีดหมอมาชำแระกูเลยมา
สายตาพวกเมิงนี่แทบจะเป็นเหมือนเครื่องเอ็กเรย์แล้วนะเว้ย
จ้องกูเข้าไปเห็นกระดูกขาของกูที่ยังต่อกันไม่สนิทและไอ้รอยร้าวตรงซี่โครงมั้ย
ถ้าเห็นกูจะได้ไม่ต้องไปตานัดหมอแล้วให้พวกเมิงเนี่ยแหละเอ็กเรย์ให้แทน

"หวานแต่เช้าเลยน๊าาา" ไอ้จงฮยอนเป็นเป็ดชั้นนำ (นำเพื่อนๆขึ้นก่อนเลย)

"โอ้ยมีน้ำตาลตกตรงนี้ด้วยว่ะคีย์แถวนี้ห๊อมหอมกลิ่นน้ำผึ้งด้วยล่ะ"

ไอ้กบมินโฮที่นั่งคู่กะผมเป็นลูกคู่ตามมา เมิงอยู่ในน้ำเจอกันเลยเข้ากันได้ดีสินะ

"อู๊ยยย หมดกัดด้วยอ่ะ สงสัยมันตามความหวานมา" เมิงเป็นลิงชมพูนี่คีย์ จับมดที่กัดกินเลยเซ่!!!

"- -++++"

"เอ่อ...กูแค่จะบอกว่าอาจารย์เค้ามองอยู่อ่ะ"

เออแล้วไปไอ้เต้าหู้ ถ้าเมิงเอาด้วยอีกคนกูจะเปลี่ยนชื่อให้เป็นเต้าเจี้ยว
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
to be con


kik talk :

ใครอยากเห็นภาพโหดๆเหมือนในเรื่องให้ไปดู MV collection ของ SS501 นั่นแหละคยูจงแบบในฟิคพี่โฮ่ๆๆๆ
เพลงที่น้องคุณร้อง จิ้มฟังที่นี่ หรือจะจิ้มที่เนื้อเพลงข้างบนก็ได้เน้อ ^^ เจอกันตอนหน้าจ้า วันนี้ฟิคยาว ทอล์คก็ยาวแฮะ